วิญญาณในมือก็ได้กลายเป็นเศษเหล็กไปเสียแล้ว
ชิงเสวียนตะคอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไสหัวไปให้พ้น!”
พวกเขาทำได้เพียงแค่วิ่งกลับไปด้วยสภาพจนตรอก เกรงว่าหากช้าไปเพียงก้าวเดียว ชิงเสวียนจะเปลี่ยนใจและฆ่าพวกเขาทิ้ง
ชิงเสวียนมองไปที่มู่เฉียนซีก่อนจะกล่าวว่า “มันยอดเยี่ยมมาก ขอบใจเจ้ามาก”
“หากอยากขอบใจข้า ก็รีบพาข้าไปยังจุดหมายปลายทางเร็ว ๆ เข้าเถอะ!” มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว
ชายหนุ่มผู้นั้นรีบหนีกลับไปยังจวนเจ้าเมืองซิงเหลย “ท่านลุงขอรับ ท่านลุง เจ้าหนุ่มนั่น…เจ้าหนุ่มนั่น…”
ท่านเจ้าเมืองซิงก็มีสีหน้าฉงนสงสัยเช่นกัน “กระบี่เล่มนั้น หากไม่มีใครซ่อมให้ มันไม่มีทางยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้นแน่ เจ้านั่นหานักหลอมอาวุธในเมืองซิงเหลยซ่อมให้มันได้อย่างไรกัน”
“ท่านลุง เจ้าหนุ่มยากจนผู้นั้นคิดว่าตัวเองมีที่พึ่งแล้วจึงไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา หรือเราจะ จะ…”
ทันใดนั้นเอง คนผู้หนึ่งก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของท่านเจ้าเมืองซิงอย่างไร้ซี่งสุ้มเสียง
ท่านเจ้าเมืองซิงตัวแข็งทื่อไปในทันที เขาเห็นชายสวมหน้ากากอำพรางใบหน้าผู้หนึ่ง ส่วนหลานชายของเขานั้นก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นเช่นกัน
“เจ้า…นี่เจ้าเป็นใคร?”
“ออกไป!” ท่านเจ้าเมืองซิงกล