ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่ไม่อยากจะเชื่อ มู่เฉียนซีกลับก้าวขึ้นไปบนแท่นประลองชั้นที่หนึ่งด้วยท่าทางสุขุมเป็นอย่างยิ่ง
หวังฉงเหลือบมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าท่าทางดูแคลน แล้วกล่าว “เมื่อก้าวขึ้นแท่นประลองของหอคอยซิงเหลยแล้ว จะไม่มีการอนุญาตให้ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ประลองหรอกนะ แต่วันนี้ข้าอารมณ์ดีชนะติดต่อกันสิบสนาม ข้าจะออมมือให้เด็กสาวตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้าก็แล้วกัน ถ้าจะให้ดีเจ้าต้องรู้สำนึกสักหน่อยนะ”
มู่เฉียนซียังคงมีท่าทีสงบสุขุมไม่แปรเปลี่ยน นางแหงนหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วกล่าว “ข้าต้องขออภัยที่จะบอกเจ้าว่า วันนี้เจ้าไม่มีทางชนะติดต่อกันสิบสนามได้หรอก”
ทุกคนต่างจ้องมองไปยังมู่เฉียนซีด้วยความตกตะลึงยิ่ง ดรุณีน้อยอาภรณ์สีม่วงผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม ดวงตาเปรียบดั่งดวงดารา ผิวพรรณเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด ท่าทางสุขุมอีกทั้งยังดูสูงส่งสง่างาม ราวกับผู้มากฝีมือที่ถูกบ่มเพาะมาจากสำนักใหญ่ ๆ ที่ทรงอิทธิพลก็มิปาน
คนประเภทนี้แทบจะไม่ใช่คนที่สุขุมอย่างที่พวกเขาจินตนาการไว้ ทว่าเป็นคนประเภทสุขุมที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขามอันน่ายำเกรง
“เจ้าว่าอะไรนะ? ไหนลองว่ามาอีกทีสิ?” มู่เฉียนซีกล่าวออกไปโดยไม่ให้เกียรติเขาต่อหน้า