ผู้คนเช่นนี้ คิ้วของหวังฉงจึงขมวดติดกันในทันที ท่าทางที่กำลังโกรธเกรี้ยวเดือดดาลของเขานี้ หากเป็นดรุณีน้อยผู้บอบบางแล้วละก็ คงตกใจกลัวจนร้องไห้ไปแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่อยากเสียเวลา เริ่มประลองเลยได้หรือไม่!”
ผู้ดำเนินการประลองได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเริ่มประกาศการประลองครั้งที่สิบของหวังฉงขึ้นในทันที
หวังฉงได้ปลดปล่อยพลังวิญญาณออกมาแล้ว ท่าทางดูน่าเกรงขามอยู่ไม่น้อย เขากล่าวด้วยความโกรธแค้น “เดิมทีข้าก็อยากจะออมมือให้เจ้าสักหน่อย แต่ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักสำนึก เห็นทีหากไม่ฝากรอยแผลรอยเลือดไว้บนตัวเจ้าบ้างก็คงจะไม่ได้การแล้ว”
ทันทีที่มือหนาโบกไปมา ดาบขนาดใหญ่ความสูงราว ๆ ตัวของหวังฉงก็ปรากฎขึ้นในทันที
หากถูกดาบเล่มนี้ฟันจนเลือดตกยางออก เช่นนั้นแล้วบาดแผลนั้นจะน่ากลัวมากเพียงใดกัน!
“หวังฉงจริงจังขึ้นมาแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ” โหยวหรูกล่าวด้วยความเสียดาย
เมื่อหวังฉงเริ่มโจมตี ก็เปรียบดั่งพยัคฆ์ที่พุ่งออกมาจากพงไพร ความน่าเกรงขามนั้นยากจะต้านทาน เขาเหวี่ยงดาบเล่มใหญ่ที่หนักราวกับภูผาพันลูกออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อพบว่าเลือดของมู่เฉียนซีกำลังจะสาดกระเซ็นไปทั่วสนาม ก็มีคนที่ทนดูต่อไปไม่ไ