ั่นก็เป็นเพราะว่าพรสวรรค์ของพวกเขานั้นไม่ได้ทำให้คนที่อยู่เบื้องหลังกองกำลังใหญ่ทั้งสองรู้สึกว่าถูกคุกคามแต่อย่างใด
แต่ทว่าคุณชายจูเชว่นั้นไม่เหมือนกัน และผู้ที่มีพรสวรรค์อย่างแม่นางมู่ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่ว่าพวกเขาจะมาด้วยวิธีใดข้าก็สามารถรับมือได้ โฉมหน้าของคนจากสำนักหลินเยว่และสำนักหลางซิงเป็นอย่างไรข้านั้นย่อมรู้ดี แต่ข้าก็ไม่กลัวพวกเขาอยู่ดี! หากมีครั้งหน้าคุณชายไป๋ไม่จำเป็นที่จะต้องผิดใจกับพวกเขาเพื่อข้าอีก”
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวขึ้นมาอย่างละอายใจ “ดูเหมือนว่าข้าจะทำเกินตัวไปหน่อยแล้ว”
ไป๋จิ่งเยว่ก็มาฝึกฝนหาประสบการณ์อยู่ที่แดนซวนเทียนเช่นกัน ทั้งยังรู้เรื่องราวมากมาย ซึ่งมันก็ทำให้มู่เฉียนซีและเขาพูดคุยกันได้เป็นอย่างดี
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “ดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแคว้นตงหวงแห่งนี้ มีสถานที่แนะนำที่เอาไว้ฝึกฝนหาประสบการณ์บ้างหรือไม่?”
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวว่า “มีสถานที่แห่งหนึ่ง ข้ากำลังเตรียมตัวที่จะไปอยู่พอดี หากแม่นางมู่ยินดีที่จะร่วมทางไปกับข้าแล้วละก็ เช่นนั้นคงเป็นเกียรติต่อข้ามาก”
สถานที่ที่ไป๋จิ่งเยว่กล่าวนั้นก็คือหอคอยซิงเหลย และสถานที่แห่งนั้นก็ยังสนาม