มู่เฉียนซีกล่าว “ได้!”
ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าก้าวต่อไปคือการมีชื่อเสียงในดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการผูกมิตรกับผู้มากความสามารถในดินแดนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็เป็นอะไรที่จำเป็นเป็นอย่างยิ่ง
ไป๋จิ่งเยว่กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ!”
ระยะทางไม่ได้ไกลนัก หากใช้เสี่ยวโม่โม่ก็เป็นอะไรที่ดูจะเกินไปสักหน่อย ดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเดินไปดีกว่า
จูเชว่คุ้นเคยกับเมืองชุ่ยอิ้งราวกับได้เดินเข้าไปในเมืองของตนเองก็มิปาน ไม่นานนักพวกเขาก็ได้หาภัตตาคารที่เลิศรสที่สุด อีกทั้งยังหรูหราที่สุดเจอในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้สั่งอาหารที่ดีที่สุดมา
“อันนี้ อันนี้ด้วย แล้วก็นี่ด้วย…”
ช่างเป็นการสั่งอาหารที่มากมายจริง ๆ จูเชว่กล่าว “ซีซี เจ้าอย่าได้เกรงใจ! เจ้าไป๋จิ่งเยว่นี่แม้จะดูซื่อบื้อและรังแกได้ง่าย ๆ แต่เจ้านี่น่ะมีเงินถมเถ กินอย่างไรก็ไม่มีวันจนหรอก สั่งไปให้เยอะ ๆ เลย!”
ที่แท้ในสายตาของจูเชว่ เขาก็ดูเหมือนคนซื่อบื้อที่รังแกได้ง่าย ๆ อย่างนี้นี่เอง ไป๋จิ่งเยว่ชะงักงันไปเล็กน้อย
เขาคุ้นชินกับการจัดการคำสรรเสริญและคำใส่ร้ายทั้งหมดด้วยสีหน้าเรียบเฉย และไม่แสดงออกใด ๆ อยู่แ