ทียนก็ได้พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาอย่างบ้าคลั่งเสียแล้ว ตอนนี้เขาไม่อาจแยกร่างไปจัดการสองสิ่งพร้อม ๆ กันได้
มู่เฉียนซีไม่ได้เตรียมที่จะตั้งรับ และไม่คิดจะหลบหลีกแต่อย่างใด วิญญาณปีศาจโลหิตเหล่านี้แห่กันเข้ามาอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง
จูเชว่หน้าถอดสีไปในทันที ทว่ามู่เฉียนซีและนิรันดร์ต่างก็สุขุมเป็นอย่างยิ่ง
นิรันดร์เหาะเหินอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกว่าวิญญาณปีศาจโลหิตเหล่านี้รนหาที่ตายชัด ๆ พวกเดรัจฉานเหล่านี้ก็ยังคิดทำร้ายวิญญาณลิขิตสวรรค์อีก เป็นอะไรที่ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน
ขณะที่วิญญาณปีศาจโลหิตกำลังบุกเข้ามา พวกมันก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ครั้นคิดจะถอยหนี มู่เฉียนซีกลับสังหารพวกมันทิ้งไปทีละตัว
สถานการณ์ดูผ่อนคลายกว่าที่คิดไว้เป็นเท่าทวี วิญญาณปีศาจโลหิตมีจำนวนมากเท่าใด ก็ถูกสังหารไปมากเท่านั้น
ส่วนพวกวิญญาณปีศาจโลหิตที่ยังไม่เข้ามาสิงในร่างมู่เฉียนซี ก็ไม่สามารถสัมผัสถึงอันตรายใด ๆ ได้เลยสักนิด ดังนั้นพวกมันจึงเปรียบดั่งแมงเม่าที่กำลังบินเข้ากองไฟ
จูเชว่ไม่พบว่ามู่เฉียนซีมีความผิดปกติอันใด และวิญญาณปีศาจโลหิตเหล่านั้นก็ได้หายลับไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดแม้กระทั่งตัวเดียวก็ไม่หลงเหลือ
เขาบ่นพึมพำ