เทพอย่างนั้นหรือ?” นิรันดร์บ่นพึมพำออกมา
เขามาหยุดอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “ศิษย์ที่รักของข้ายังไม่มีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่มีคุณลักษณะของวายุเลย สามารถหามาเล่นได้สักอันก็ไม่เลว ศิษย์ที่รักเจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร?”
มุมปากของจูเชว่กระตุกเล็กน้อย น้ำเสียงของอาจารย์ผู้นี้ ได้เอามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพไปอยู่ในระดับเดียวกับของเล่นชิ้นหนึ่งอย่างสมบูรณ์แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เหตุใดเจ้าถึงไม่พูดตั้งแต่แรกล่ะ”
“สิ่งนี้ข้าทำเพื่อให้ได้รับความไว้ใจจากพวกท่านไม่ใช่หรือ!” จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
นิรันดร์กล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยามมากว่า “เจ้าเด็กน้อยนี่คงไม่คิดว่าจะสามารถคิดแผนร้ายกับพวกเราได้หรอกนะ!”
“แน่นอน ข้าจะไปคิดร้ายต่อผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตข้าได้อย่างไรกันล่ะ!”
เจ้าจูเชว่ที่ดูมีทางท่าเฉลียวฉลาดมาตลอดทั้งทางก็ถือได้ว่าเชื่อฟังมากเลยทีเดียว แต่กลับยังมีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือชอบที่จะถามถึงภูมิหลังของพวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาสนั่นเอง
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “จูเชว่ เจ้าไม่เคยได้ยินคำนี้อย่างนั้นหรือ? ยิ่งรู้เยอะมากเท่าไร ก็ยิ่งตายเร็วขึ้นมากเท่านั้น”
จูเชว่หัวเราะคิกคักแล้วกล่าวว่า “ผิดไป