ออกมาขวางเงานั้นเอาไว้
ร่างสีดำนั้น มีความเหมือนกับเฟิงอวิ๋นซิวทุกประการและในตอนที่กำลังจะสัมผัสมู่เฉียนซี ก็เป็นอีกครั้งที่ลงมือสังหารไม่สำเร็จ
บางทีครั้งนี้อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญ แต่ทว่าในเวลานี้มันก็ทำให้เฟิงอวิ๋นซิวชะงักงันไปแล้ว
สถานการณ์เช่นนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ที่เขาจำความได้
ปัง!
จูเชว่โจมตีเฟิงอวิ๋นซิวที่กำลังมึนงงอยู่จนลอยละลิ่วออกไป เขากล่าวว่า “ผู้มีพระคุณผู้ช่วยชีวิตของข้า เจ้าต้องการที่จะมัดตัวเจ้าหมอนั่นเอาไว้หรือไม่”
บาดแผลของเฟิงอวิ๋นซิวเปิดออกอีกครั้ง มู่เฉียนซีส่ายศีรษะพลางกล่าวว่า “ไม่ต้องมัดเอาไว้แล้ว เฟิงอวิ๋นซิวเจ้าไปซะเถอะ!”
“มีข้าอยู่เจ้าฆ่าจูเชว่ไม่ได้หรอก แทนที่จะต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์อยู่ที่นี่ ไม่สู้รีบกลับไปรายงานฝ่าบาทของเจ้าโดยเร็วที่สุด และให้ฝ่าบาทของเจ้าส่งคนที่เก่งกาจมากกว่านี้มาสังหารจูเชว่แทนจะดีกว่า เจ้าว่าข้าพูดถูกต้องหรือไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างราบเรียบ
“เจ้า…ข้ากับเจ้าไม่ได้มีความแค้นกันนะ!” จูเชว่กล่าวด้วยดวงตาเบิกกว้าง
เฟิงอวิ๋นซิวมองไปทางมู่เฉียนซีแล้วกล่าวว่า “เจ้าเป็นใครกัน?”
หญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้านี้ ปฎิบัติต่อเขาด้วยท่าทางคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ทั้ง