ด้อีกด้วย”
มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้าก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน”
มู่เฉียนซีฝึกฝนต่อไปอย่างเงียบสงบ และจูเชว่ก็ไม่กล้าที่จะรบกวนนาง
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นยารักษาบาดแผลที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ ใช้เวลาเพียงสามวันบาดแผลบนร่างกายของเขาก็ไม่เหลือร่องรอยเลยแม้แต่น้อย
เมื่ออาการบาดเจ็บหายดีแล้วความกล้าหาญของจูเชว่ก็มีมากขึ้นด้วย เขาถามว่า “ผู้มีพระคุณที่ชีวิตของข้า เจ้ามีชื่อว่าอะไรหรือ? หากต้องเรียกว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตอยู่ตลอดคงจะแปลกประหลาดมากเลยทีเดียว”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าชื่อว่ามู่เฉินซี”
“มู่เฉินซีหรือ? ใช่เฉินซีที่แปลว่าแสงอรุณรุ่งหรือไม่?” จูเชว่ผงะไปครู่หนึ่ง
“ไม่ใช่” ทันใดนั้น สายลมก็ได้สลักสองคำนี้ลงไปบนกำแพง
จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ลายมือสื่อตัวตนจริง ๆ หากไม่ใช่เพราะว่าข้าได้มอบหัวใจให้ใครบางคนไปแล้ว เกรงว่าข้าคงจะต้องตกอยู่ภายใต้อาณัติของซีซี…”
“อ๊าก!” เขายังพูดกันไม่ทันจบ แต่ผลที่ได้ก็คือถูกใบมีดของสายลมพุ่งเข้าโจมตีเสียแล้ว
“เรื่องการพูดจาแทะโลมศิษย์ที่รัก มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถทำได้ เจ้าหนูนี่ไปไกล ๆ เลย”
ชายชุดขาวที่ดูป่าเถื่อนและไร้การควบคุมผู้นั้น บนใบห