พวกเขาก็ถูกสายลมพัดพาไปด้วย คนของสำนักเทียนชิงในตอนนี้ไม่อาจมีหน้าไปพบผู้ใดได้อีก พวกเขาทำได้เพียงยืนอยู่เบื้องหน้ามู่เฉียนซี แล้วนำอาวุธวิญญาณมิติมากองรวมกันเพื่อมอบให้กับมู่เฉียนซีเท่านั้น
“เด็กน้อย หลายวันมานี้พวกเราใช้เงินของเจ้ามาตลอด ข้าก็ควรให้เงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันกับเจ้าบ้าง นี่เป็นเพียงของระดับล่างเท่านั้น แต่ก็พอจะมีค่าอยู่บ้าง เจ้ารับไปเถอะ!”
เมื่อมีสิ่งของยื่นมาให้ตรงหน้า หากไม่รับก็คงจะเสียเปล่า มู่เฉียนซีจึงรับไว้อย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
จนกระทั่งตอนนี้คนของสำนักเทียนชิงก็ยังหวาดกลัวไม่คลาย พวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ทะ…ท่านเป็นผู้ใดกัน?”
พลังแปลกประหลาดของนางยังไม่ต้องกล่าวถึง ทว่าถึงแม้จะเป็นเจ้าสำนักของพวกเขาเอง หากต้องปะทะกับบุรุษอาภรณ์ขาวที่อยู่ข้างกายนางผู้นี้แล้ว เกรงว่าคงตั้งรับได้ไม่เกินสามกระบวนท่าอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้ามีนามว่ามู่เฉินซี พวกเจ้าจงจำชื่อของข้าไว้ให้ดี! ข้าคิดว่าคงอีกไม่นาน ชื่อของข้าก็จะกลายเป็นชื่อที่ทั้งราชวงศ์ตงหวง ทั้งทิศเหนือใต้ต้องรู้จัก”
อย่างไรเสียนางก็จะต้องใช้ชื่อนี้โค่นล้มมู่หลินหลางให้ได้ แล้วกลายเป็นผู