งจากนั้น มันก็ได้กลายเป็นการต่อสู้แบบห้าต่อหนึ่ง
ชายชราคนนี้มีความสามารถสูงกว่าเหล่านักเล่นคาถาอาคมที่เคยพบเจอมาเล็กน้อย แต่ทว่าเมื่อถูกสัตว์เทพทั้งสี่ตัวปิดล้อมเช่นนี้ เขาก็ลำบากเช่นกัน
นอกจากนี้ นักเล่นคาถาอาคมก็ไม่เก่งเรื่องการต่อสู้ด้วยทักษะวิญญาณมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียเย็นชาว่า “ลงมือได้!”
ตูมมม!
พวกของเสี่ยวโม่โม่และเฮยเย้าได้งัดเอาการโจมตีที่แข็งแกร่งมากที่สุดออกมา และนั่นก็ทำให้นักเล่นคาถาอาคมคนหนึ่งมีสีหน้าที่ทรมาณเป็นอย่างมาก
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็แอบปล่อยเข็มยาพิษออกไปแล้ว มันก็ทำให้เขายากที่จะรับมือป้องกันได้
การโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เขาปวดหัวเป็นอย่างมาก และแน่นอนว่าในเวลานี้ เขาคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องงัดเอาไผ่ตายออกมาแล้ว
นักเล่นคาถาอาคมจึงได้งัดเอาไผ่ตายของเขาออกมาใช้!
แต่ทว่าในตอนที่เขากำลังใช้คำสาป กลับมีเงาสีดำปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง
ด้วยความเร็วสูงสุด ทำให้เขามองร่างของฝ่ายตรงข้ามได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก และมันก็เป็นผลให้ถูกสะท้อนกลับมาอีกครั้ง!
พรวด!
เขากระอักเลือดออกมา ความรู้สึกที่โดนสะท้อนกลับนั้นช่างเจ็บปวดเหลือเกิน
พลังคำสาปภายในร่า