กล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “เจ้าหญิงอัปลักษณ์ นี่เจ้าคิดจะพูดเพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวหรืออย่างไร!”
มู่เฉียนซีเดินไปตรงหน้าอาถิง ก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า “อืม…เรื่องอื่นข้าก็พูด”
“อาถิง ข้ายินดีกับเจ้าด้วยนะที่เปิดผนึกศาลาชั้นสามได้แล้ว เรามาช่วยกันเพิ่มพลังความแข็งแกร่งเพื่อให้เจ้าเปิดผนึกที่เหลือได้เร็ว ๆ ดีหรือไม่?”
อาถิงกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า “ครั้งต่อไปก็จะเปิดผนึกได้ถึงสามผนึกในคราเดียว เจ้าก็จะสามารถควบคุมพลังแห่งกาลเวลาได้แล้ว ฉะนั้น เจ้าต้องอดทนสู้ให้เต็มกำลังความสามารถของเจ้า! อย่าเอาแต่คิดถึงเจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่นทุกวัน อย่ามัวแต่เอาเวลาไปคิดจะรักษาแต่เจ้าหวงจิ่วเยี่ยนั่น เข้าใจหรือไม่?”
“เปิดทั้งสามผนึกในคราเดียว เช่นนั้นก็หมายความว่าถึงชั้นหกเลยอย่างนั้นเหรอ?” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
“ก็ใช่นะสิ! ข้าเป็นถึงศาลาเลือนรางเก้าชั้น เป็นถึงศาลานิรันดร์นะ แน่นอนว่าข้าเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่ไม่เหมือนกับชิ้นอื่น ๆ อยู่แล้ว”
“อาถิงช่างเก่งกาจยิ่งนัก”
“แน่นอน นอกจากท่านพี่ข้าแล้ว ก็มีข้านี่แหละที่เก่งกาจที่สุด”
สุดท้ายมู่เฉียนซีก็ได้เจรจาพูดคุยกับอาถิง และอาถิงก็ได้ให้มู่เฉียนซีอ