ยู่ฝึกฝนในนี้ทั้งวันโดยไม่ให้นางออกไปเจอหวงจิ่วเยี่ย ขณะเดียวกันเขาก็รับปากว่าจะแบ่งพื้นที่ให้นางได้เปิดสวนสมุนไพรวิญาณของนาง
อาถิงรับปากแล้ว!
มู่เฉียนซีเข้าไปในมิติของศาลาเลือนรางเก้าชั้น จิ่วเยี่ยเองก็ไม่สามารถบีบบังคับให้นางออกมาได้ ทำได้เพียงแค่อดทนรอนางด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคืองใจเท่านั้น
ทว่า คนที่ออกมานั้นกลับไม่ใช่มู่เฉียนซี แต่เป็นอาถิง ศาลาเลือนรางเก้าชั้นหรือศาลานิรันดร์ผู้ที่เขาไม่ชอบขี้หน้านั่นเอง
อาถิงนั่งลง ดวงตาจ้องมองไปที่หวงจิ่วเยี่ย ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “หญิงอัปลักษณ์นั่นอยู่กับเจ้าก็มัวแต่เอาเวลาไปตามหาคัมภีร์หมื่นคำสาป มัวแต่เอาเวลาไปหาวิธีแก้คำสาปลึกลับเหล่านั้น นางช่างโง่เขลายิ่งนัก เสียเวลาฝึกฝน แถมยังเสียโอกาสดี ๆ ไปมากมาย”
“เจ้าเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าวิญญาณแห่งลิขิตสวรรค์มีความหมายเช่นไร และศัตรูที่ต้องเผชิญในอนาคตเป็นเช่นไร”
จิ่วเยี่ยกล่าว “ข้าจะเผชิญมันไปพร้อมกับซี ไม่ว่าจะเกิดอันใดขึ้นก็ตาม”
“อีกอย่าง เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!”
สายตาของจิ่วเยี่ยเย็นยะเยือกขึ้น คิดจะลงมือเขาก็ลงมือทันที
นอกจากซีแล้วก็ไม่มีใครเป็นคู่ซ้อมที่ดีสำหรับเขาเลย
“สู้ก็สู้สิ คิดว่าข้าจะกลัวเจ้าเห