ี่สุดราชาจิ่วเยี่ยก็ได้เผยเคี้ยวเล็บของตนเองออกมา จากนั้นก็เริ่มเพลิดเพลินไปกับเหยื่อที่เขาอยากจะลิ้มรสมากที่สุด
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เมื่อเล่นกับไฟ ก็จะถูกไฟแผดเผา อันตรายมากนะ!”
“มีซีอยู่ข้างกาย ข้าไม่กลัวหรอก! ซีสามารถดับไฟนั้นได้”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหมดหนทาง “จิ่วเยี่ย ท่านประเมินข้าสูงเกินไปหน่อยแล้ว”
และวันรุ่งขึ้น จิ่วเยี่ยก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
ขนาดโดนคำสาปทรมานมาเป็นเวลานานมากถึงเพียงนั้น แต่ผลก็คือ เมื่อคืนวานนี้เขาสามารถฟื้นคืนความกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาได้ภายในชั่วพริบตา
มู่เฉียนซีกำลังสงสัยอยู่ว่าชายผู้นี้คือปีศาจที่ดูดซับพลังชีวิตของผู้อื่นมาให้ตนเองใช่หรือไม่!
เทพหงส์จักรพรรดิกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ดูท่าว่าเมื่อคืนวานนี้ พวกเจ้าจะพักผ่อนได้ไม่เลวเลย! สามารถเริ่มได้แล้วหรือไม่? พลังของข้าไม่อาจที่จะคงอยู่ในโลกใบนี้ได้ยาวนานเท่าไรนัก”
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “สามารถเริ่มได้เลย!”
“เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ! ของทั้งหมดได้ถูกเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”
ภายในสุสานลอยฟ้าแห่งนี้ ที่ด้านบนยังมีอีกชั้นหนึ่ง และมันก็มองจากด้านล่างไม่เห็นอย่างแน่นอน เนื่องจากว่ามันเป็นช่องว่างแยกอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากทั