ี่สุดอีก เดิมทีช่วงนี้ข้าก็เหน็ดเหนื่อยจนไม่มีเวลาที่จะไปสนิทสนมกับเหล่าสาวงามของเผ่าหงส์อยู่แล้ว แล้วยังทำเช่นนี้กับข้าอีก ฮือ ฮือออ!” สายตาของจื่อโยวจ้องมองไปทางหวงจิ่วเยี่ยอย่างเศร้าสร้อย
แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาใจสลายยิ่งกว่าก็คือ สายตาที่เย็นยะเยือกที่หวงจิ่วเยี่ยมองมา
“หุบปากซะ!”
“คนงาม เจ้าไม่ควบคุมเขาเลย!” จื่อโยวกล่าว
“เจ้าเสียงดังเกินไปหน่อยแล้วนะ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ในตอนที่จื่อโยวกำลังจะสังหารคน ทั้งสองคนไม่ได้มีท่าทางที่จะรังแกคนเช่นนี้
ปัง ปัง ปัง!
“ที่จริงแล้วพวกเจ้าเป็นผู้ใดกันแน่? ไม่คิดเลยว่าจะกล้ามาฆ่าพวกข้า ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้นะ พวกเราคือคนของตระกูลไป๋” หนึ่งในผู้อาวุโสของตระกูลไป๋ฉางกล่าวด้วยความโกรธ
จื่อโยวเดินปรี่มาเผชิญหน้ากับเขาแล้วกล่าวว่า “ตระกูลไป๋หรือ? ข้าลืมบอกเจ้าไปแล้วสินะ ว่าก่อนที่ข้าจะมาที่นี่ ข้าได้ให้คนไปจัดการทำความสะอาดคนของตระกูลไป๋ในดินแดนหงส์แห่งนี้จนหมดสิ้นไปแล้ว”
“นี่มันเป็นไปไม่ได้…” นี่ทำให้เขามองไปยังชายที่ชั่วร้ายโหดเหี้ยมที่อยู่ตรงหน้าอย่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
“บอกมาสิ ว่าอยากให้ข้ากำจัดตระกูลไป๋ออกไปดินแดนเทพด้วยเลยหรือไม่”