หากยอมรับโทษจากหนักจะเป็นเบา หากไม่ยอมรับโทษจะหนักกว่าเดิม หลักการนี้มู่เฉียนซีย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงขรึมว่า “อืม! การตัดสินใจของซีถูกแล้ว ไม่ได้ทำให้ข้าไม่พอใจเลย”
“แต่ ข้ายังเป็นห่วง เป็นห่วงมาหลายวันแล้ว…” เขาดึงร่างมู่เฉียนซีมากอดไว้ในอ้อมอก
อันตราย!
มู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่ขอโทษสุ่ยจิงอิ๋งที่ทำให้นางต้องรับความผิดก่อน
“สุ่ยจิงอิ๋งสูญเสียพลังไปมากแล้ว ฉะนั้น…”
“หากซีไม่เสี่ยงอันตราย พลังของสุ่ยจิงอิ๋งจะสูญเสียไปเช่นนั้นหรือไม่?” จิ่วเยี่ยกล่าวถาม
“ซีคิดออกหรือยังว่าจะขอโทษเช่นไร?”
ดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นมองมู่เฉียนซีอย่างลึกล้ำ สายตานี้ราวกับจะกลืนกินนางก็มิปาน
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยจะดีนักว่า “เจ้ายังจะมาถามข้าอีก เจ้าคิดเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ!”
“อืม! เช่นนั้นซีก็คงไม่คัดค้าน” จิ่วเยี่ยกล่าวเสียงต่ำ
ปัง!
จิ่วเยี่ยขยับใบหน้าหน้าอันเย็นยะเยือกนั้นเข้ามาใกล้มู่เฉียนซี และ “อือ…”
การพัวพันอย่างยากที่จะแยกได้ทำให้มู่เฉียนซีรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงของเขาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ชั่วขณะเดียวกันนางก็รู้สึกใจอ่อน ความรู้สึกผิดก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง…
เช้าวันต่อมา มู่เฉียนซีรู้สึกเจ็บป