ของพวกเขาทั้งสอง
พวกเขาไม่เกรงใจ นางเองก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน
เนื่องจากนางไม่อาจให้ตัวเองถูกคัดออกไปจากที่นี่ได้
เฮยหลิวรู้สึกได้ถึงความอันตรายของเข็มยานั้นอีกครั้งแต่ไม่สามารถหลบได้ และทันใดนั้นเอง จู่ ๆ มู่เฉียนซีก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังพวกเขา
กระบี่ยาวสีแดงฉานที่เต็มไปด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวเล่มนั้นตัดผ่านอากาศไป จิตสังหารอันกระหายเลือดปกคลุมตัวเขา จนเขารู้สึกเสียวซ่านไปจนถึงกระดูก
“เพลิงสังหารซิวหลัว!”
เปลวไฟนั้นพุ่งมาราวกับเทพสังหารอย่างไร้ความปรานี
หลบหลีกอย่างนั้นเหรอ มันสายไปแล้ว
เฮยหลิวทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เปลวไฟนั้นครอบคลุมตัวเองไปอย่างไร้เรี่ยวแรง และถูกโจมตีจนร่างร่วงลงมาจากกลางอากาศอย่างน่าสังเวช
พรวด! กระอักเลือดคำโตออก ขนบนตัวถูกแผดเผามอดไหม้จนสิ้น
ร่างของเขากระแทกลงบนพื้นและกลายร่างเป็นมนุษย์ บนร่างของเขาถูกแผดเผาจนดำไหม้ไปหลายแผล
เขาที่ถูกโจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงถูกส่งตัวออกไป กระบี่ของมู่เฉียนซีกวัดแกว่งไปมา ในตอนนี้ถึงคราของฉื้อฉินแล้ว
“เจ้ายังคิดจะสู้อีกหรือไม่?”
“คิดจะขัดขวางข้าไม่ให้ขึ้นไปถึงชั้นหกอย่างนั้นเหรอ?”
ฉื้อฉินมองไปที่ดวงตาอันเย็นยะเยือกคู่นั้นแล้วนาง