ะลองกับมู่เฉียนซีด้วยหรอกนะ!”
การประลองสนามที่หก คู่ประลองของมู่เฉียนซีคือศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักฉางยวน นามว่าฉางอวี่
ทุก ๆ คนล้วนตกตะลึงไปตาม ๆ กัน “ต้องมีลับลมคนในเป็นแน่ ๆ! มันต้องมีเบื้องหลังอะไรอยู่แน่ ๆ! นี่มันดูไม่ปกติเลยสักนิด!”
“นี่สำนักฉางยวนถูกสาปหรืออย่างไร?”
“……”
ฉางอวี่กล่าว “ข้าทราบมานานแล้วว่าท่านผู้อาวุโสมู่มีพลังและความสามารถที่ไม่ธรรมดา และคิดอยากประลองมือกับท่านผู้อาวุโสมู่ดูสักครั้ง วันนี้ข้าจะประลองอย่างสุดความสามารถ ข้าจะขอประลองกับผู้อาวุโสมู่สักครั้ง! อย่างไรก็ขอให้ผู้อาวุโสมู่ชี้แนะข้าด้วย!”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เยี่ยมเลย! ท่านน่าสนใจกว่าบรรดาศิษย์น้องของท่านเหล่านั้นเสียอีก! ข้าเป็นตัวเคราะห์ร้ายหรืออย่างไร แต่ละคนถึงได้หนีจากข้าไปเร็วนัก?”
ผู้ตัดสินกล่าว “การแข่งขันเริ่มได้!”
ฉางอวี่ใช้กระบี่เป็นอาวุธ เมื่อกระบี่ได้กวัดแกว่งออกไป ประกายกระบี่ที่ส่องสว่างออกมาก็เปรียบดั่งขนนกก็มิปาน มันพุ่งเข้ามาโอบล้อมมู่เฉียนซีไว้
“กระบี่พิรุณคลั่ง!”
กระบี่ของศิษย์พี่ใหญ่สำนักฉางยวนผู้นี้ ทำให้ผู้ชมต่างพากันกล่าวชมไม่ขาดสาย!
ผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นปราชญ์แห่งภูตระดับสาม! พลังรายล