รู้สึกรำคาญลูกตาที่ต้องเห็นเจ้าลอยไปก็ลอยมา ไสหัวไปฝึกตนเสียไป! อย่าให้ถึงยามที่แม้แต่พิฆาตวิญญาณ ทาสของข้าเจ้าก็สู้ไม่ได้ แล้ววิ่งมากอดขาข้าร้องไห้นะ”
“ไม่มีทางอยู่แล้ว!”
สุ่ยจิงอิ๋งกล่าว “ในช่วงไม่กี่วันมานี้ซีเอ๋อร์ผ่อนคลายไปเยอะเลย”
เมื่อต้องจดจ่ออยู่กับการฝึกปรุงยา อีกทั้งยังต้องคอยปวดศรีษะกับอาถิงอีก อารมณ์ที่ขุ่นมัวของนางก็พลันสว่างสดใสขึ้นมาทันตา
มู่เฉียนซีกล่าว “อืม! มีพวกเจ้าอยู่ด้วยแล้วดีจริง ๆ!มันดีจริง ๆ”
สุ่ยจิงอิ๋งเผยรอยยิ้มบางออกมา “พวกเราเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับซีเอ๋อร์”
ฉู่หลีกล่าว “ศิษย์น้อง ข้ารู้ว่าเจ้ามีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ไม่แนะนำให้เจ้าออกไปเสี่ยงอยู่ดี”
มู่เฉียนซีกล่าว “ศิษย์พี่ ข้าได้คิดไว้หมดแล้วเจ้าค่ะ หากข้าใช้นามเดิมของข้า มันก็อาจจะดูโอ้อวดเกินไปสักหน่อย หากข้าคิดจะลงมือจริง ๆ ละก็ ข้าก็จะเปลี่ยนนามเป็นมู่เฉินซีเป็นอย่างไร?”
ฉู่หลีกล่าวด้วยเสียงบางเบา “เฉินซี นามที่ศิษย์น้องตั้งไพเราะจริง ๆ!”
เมื่อเสี่ยวหงได้ยินที่ฉู่หลีกล่าวมาแล้วก็แทบจะร้องไห้ออกมาประเดี๋ยวนั้น!
ชื่อมันน่าไพเราะตรงไหน ไม่เห็นจะเพราะเอาเสียเลย น่าชังยิ่งนัก!
มู