งก็ทำได้เช่นกัน!”
“เพลิงสังหารซิวหลัว!”
เปลวไฟสีแดงฉานราวกับราชาปีศาจซิวหลัวได้พุ่งเข้าใส่มันด้วยความรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งธาตุอัคคีเป็นสิ่งที่สัตว์วิญญาณหวาดกลัว
“มังกรเพลิงพิฆาต!”
“ทักษะโยวจั๋ว!”
ทุกที่ที่มู่เฉียนซีย่ำกรายไป ก็ย่อมมีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ล้มตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และแน่นอนว่าอาวุธสังหารที่สำคัญก็ยังคงเป็นอู๋ตี้และเสี่ยวหง เมื่อพวกมันต้องมาเผชิญหน้ากับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ เนื่องด้วยความสามารถและความน่าเกรงขามที่แกร่งกล้า จึงทำให้ยามที่พวกมันเข้าห้ำหั่นกับศัตรู ดูมีความกล้าหาญและดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง!
เสียงของการปะทะแว่วดังไปทั่ว ในยามราตรีที่ความมืดมิดได้เข้าครอบคลุมท้องนภาของเมืองเยว่ การต่อสู้อันแสนดุเดือดก็ได้ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน
เมื่อผู้บำเพ็ญภูตในเมืองเยว่พบว่าจำนวนสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้ลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ พวกเขาก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นเต็มประดาว่า “กองกำลังที่ไปเชิญมาในครานี้แกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง! พวกเขาจะต้องช่วยพวกเราได้อย่างแน่นอน!”
“หญิงสาวอาภรณ์ม่วงผู้นั้นช่างน่าเกรงขามเกินไปแล้ว! นาง…นางเป็นคนของสำนักใดกันแน่! สุดยอดไปเลย!”
“……”
การต่อสู้ในราตรีนี้ ทำให้มู่เฉีย