ึ”
พวกเขาจึงนำป้ายประจำกายออกมาแสดง แล้วกล่าว “หากไม่เชื่อ! พวกเจ้าก็จงดูให้เต็มตา”
“เป็นแผ่นป้ายของศิษย์สำนักฉางยวนจริง ๆ ด้วย”
ผู้อาวุโสหวังกล่าว “คุณหนูใหญ่ เรื่องในวันนี้ให้มันแล้วกันไปเถิด”
สำนักฉางยวนแข็งแกร่งและมีอำนาจกว่าสำนักเล่ออันของพวกเขาระดับหนึ่ง หากจะต้องยั่วโทสะสำนักฉางยวนเพียงเพราะการมีปากเสียงกันของเด็กน้อยแล้วละก็ มันก็เป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
สวี่ฝูกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยว “ท่านผู้อาวุโสหวัง!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! มิฉะนั้นเรื่องที่เจ้าแอบออกมาเที่ยวเล่นข้างนอก ก็อย่าหวังว่าข้าจะช่วยเจ้า”
สวี่ฝูทำได้เพียงยอมแพ้ไปเท่านั้น เพียงแต่นางก็ยังคงรู้สึกไม่ยินยอมอยู่ดี
“ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
เมื่อคนเหล่านั้นจากไปแล้ว พวกของมู่เฉียนซีก็รีบเดินทางต่อไปในทันที
เมื่อบรรดาศิษย์สำนักฉางยวนเห็นว่า มู่เฉียนซีที่ได้เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสในระดับผู้บำเพ็ญภูตพลังขั้นภูตศักดิ์สิทธิ์ ทว่ากลับยังมีสีหน้าเรียบเฉย พวกเขาจึงรู้สึกนับถือนางมากขึ้นเป็นเท่าทวี
ขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงร้องห่มร้องไห้แว่วดังมา “นางวิปริต เจ้าจะตายอย่างน่าอนาทเกินไปแล้ว! ฮือ ฮือ ฮือ!”
“ถึงแม้เจ้าจะทารุณข้าถึงเพ