บสนไปชั่วขณะ
มู่เฉียนซีจึงเก็บแผ่นกระดาษเหล่านี้มาทั้งหมด ถึงแม้นางจะไม่เข้าใจ ทว่าอีกประเดี๋ยวเมื่อจิ่วเยี่ยมาถึง ก็สามารถช่วยกันครุ่นคิดพิจารณาได้
มู่เฉียนซีทอดมองไปยังโครงกระดูกโครงนั้น และขอนไม้ที่โครงกระดูกนั่งทับอยู่
เมื่อนางยื่นมือเข้าใกล้ นางก็สัมผัสได้ถึงพลังของคำสาปที่แกร่งกล้าเป็นอย่างยิ่ง
พลังของมันไม่ได้แผ่ซ่านออกมาจากโครงกระดูก ทว่าแผ่ซ่านออกมาจากขอนไม้โบราณผุพังขอนนั้นต่างหาก มันดูไม่ปกติเลยแม้แต่น้อย
พลังวิญญาณได้ห่อหุ้มมือของมู่เฉียนซีเอาไว้ นางจึงสามารถยื่นมือเข้าไปใกล้ ๆ ขอนไม้นั้นได้
เพียงปลายนิ้วของนางสัมผัสลงบนขอนไม้ขอนนั้น พลังแห่งความดำมืดก็รายล้อมออกมาทั่วบริเวณ ทว่าจุดที่ลึกที่สุดกลับมีพลังชีวิตแผ่ซ่านออกมาอย่างบางเบา
นางรู้สึกคุ้นเคยกับพลังชีวิตนี้มาก!
มู่เฉียนซีตกตะลึงไปชั่วขณะ “นะ…นี่คงไม่ใช่เสี้ยวชีวิตแห่งพฤกษาหรอกกระมัง!”
มู่เฉียนซีงัดขอนไม้นั้นออกมา และเพื่อพิสูจน์สิ่งที่นางคาดเดาอยู่ในตอนนี้ นางจึงคิดจะลบล้างพลังคำสาปที่อยู่บนท่อนไม้ท่อนนี้เสียก่อน
นางได้นำหม้อเทพนิรันดร์ออกมา แล้วเริ่มกลั่นยาในทันที
เมื่อปรุงยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว มู่เฉียนซีก็จะโยนมันลงในยาเพื่อ