พวกเขาและมู่เฉียนซีอยู่ห่างไกลกันพอสมควร น้ำเสียงที่พวกเขาเปล่งออกมาเพื่อพูดคุยกันนั้นก็บางเบามาก ว่ากันตามหลักแล้วมู่เฉียนซีไม่มีทางได้ยินอย่างแน่นอน
ทว่าพลังวิญญาณของมู่เฉียนซีแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง จึงทำให้นางสามารถได้ยินเสียงที่บางเบาได้ ดังนั้นนางจึงได้ยินวาจาที่คนเหล่านั้นกล่าวมาทั้งหมด
เมื่อทราบว่าพวกเขากำลังจะต้อนสัตว์ร้ายเหล่านั้นให้มายังทิศทางของนาง นางก็ไม่เพียงแต่จะไม่รีบหนีห่างเท่านั้น แต่ยังเข้าไปใกล้พวกเขาอีกด้วย
เมื่อหญิงสาวอาภรณ์ชมพูพบว่ามู่เฉียนซีได้ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าพวกเขาราวกับภูตผีปีศาจ นางก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง!
มู่เฉียนซีจัดการหญิงสาวอาภรณ์สีชมพูในทันที “หากเจ้าอยากเห็นผู้อื่นถูกสัตว์ร้ายเหล่านั้นขย้ำกินมากนักละก็ เจ้าก็ลองถูกขย้ำกินเองเป็นเช่นไร!”
“ศิษย์น้อง ระวัง!”
ในขณะที่สตรีอาภรณ์ชมพูกำลังจะเพลี่ยงพล้ำถูกมู่เฉียนซีโจมตีนั้น บุรุษที่คอยปกป้องนางก็ได้พุ่งตัวเข้ามา และขวางการโจมตีของมู่เฉียนซีไว้!
ปัง!
อ้า!
ร่างของบุรุษผู้นั้นลอยคว้างออกไปไกล แล้วถูกสัตว์ร้ายเหล่านั้นขย้ำกินในที่สุด เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่ว
หญิงสาวอาภรณ์ชมพูใบหน้าซีดเผือดเป็นอย่างย