ห้ข้า ข้าเพียงพาศิษย์พี่มาทำความรู้จักก็เท่านั้น”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวกับฉู่หลี “ศิษย์พี่ หอหมอปีศาจเป็นของข้า คราหน้าหากท่านต้องการยาลูกกลอนก็สามารถมาเบิกที่นี่ได้ตามสบาย ส่วนบัญชีก็ให้คิดลงในส่วนของข้าได้เลย! หากท่านพี่มีธุระอันใดก็บอกกล่าวกับโม่ซวนได้”
ถึงแม้จะได้ยินมาว่าในช่วงนี้จะมีพลังเพิ่มพูนขึ้นมาไม่น้อย ทว่าหอหมอปีศาจที่ผู้คนต่างพากันเทิดทูนนั้นก็เป็นของมู่เฉียนซี
ฉู่หลี่ก็ยังคงมีท่าทีสุขุมอยู่อย่างเคย และใบหน้าก็ยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
ทว่าแท้จริงแล้วภายในใจของเขากลับตกตะลึงพรึงเพริดเป็นอย่างยิ่ง ทว่ามันก็ไม่ใช่เพราะหอหมอปีศาจ แต่เป็นเพราะศิษย์น้องของเขายินดีที่จะบอกเล่าความลับของนางให้เขาฟังต่างหาก
และแน่นอนว่าการที่ศิษย์น้องเลือกที่จะบอกกล่าวออกมาในเวลานี้ ก็ย่อมต้องมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจเป็นแน่
“อาจารย์ยังไม่ปรากฏตัว ศิษย์น้องคิดจะจากสำนักลั่วเยว่ไปแล้วหรือ?”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้ายังไม่ได้กล่าวอะไรเลย ศิษย์พี่ก็เดาถูกเสียแล้ว เป็นเช่นนั้น ข้าอยากออกไปฝึกตน ท่องไปทั่วใต้หล้า ดูสิว่าจะได้ข่าวคราวอันใดมาบ้างหรือไม่ และจะได้ถือโอกาสนี้เพิ่มพูน