นางสัมผัสได้ว่าพลังของพิฆาตวิญญาณได้อ่อนแรงลงไปทุกชั่วขณะ
ผลปรากฏว่าหลังจากการปะทะกันได้ดำเนินต่อไปอยู่ครู่หนึ่ง ร่างแดงก็ได้หายวับไปท่ามกลางอากาศ
มู่เฉียนซีได้เก็บกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณกลับเข้าฝัก จากนั้นนางก็ได้ยินเสียงของพิฆาตวิญญาณ
“น่าเบื่อจริง ๆ! กว่าจะฟื้นฟูพลังขึ้นมาได้สักนิดก็ช่างยากเย็น ใช้ไปไม่เท่าไรก็หายวูบไปราวกับน้ำไหล คราหน้าข้าจะต้องฆ่าบุรุษของมู่เฉียนซีให้ได้เลยคอยดู”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “พิฆาตวิญญาณ! เจ้าเชื่อหรือไม่ หากเจ้ากล้าสังหารจิ่วเยี่ย ข้าก็กล้าทำลายเจ้าเช่นกัน”
“แมวน้อย ทำแบบนี้ไม่ถูกเลยนะ! คนกันเองกลับไม่ช่วย แต่ดันไปช่วยคนนอกรึ? ข้าเป็นคู่สัญญาของเจ้านะ”
“คู่สัญญาอะไรกัน เจ้าเป็นทาสของข้าต่างหาก!”
เมื่อไม่อยากได้ยินเสียงพิฆาตวิญญาณเอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก มู่เฉียนซีจึงใช้กำลังทำให้เขาหลับใหลไปอีกครา
เมื่อจัดการพิฆาตวิญญาณได้แล้ว จิ่วเยี่ยก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้ามู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ต้องขอบใจจิ่วเยี่ยมาก ที่ทำให้พิฆาตวิญญาณเสียพลังไปพอสมควร ทำให้เจ้านั่นหลับใหลไปแล้ว มิฉะนั้นหากเจ้านั่นยังตื่นอยู่เช่นนี้ ข้าคงต้องรำคาญตายก่อนเป็นแน