กองกำลังระดับสามต่างก็ได้ทยอยกันมาแสดงความยินดีกันถึงสำนักลั่วเยว่ เพื่อแสดงเจตจำนงว่าสำนักของพวกเขาต้องการเชื่อมสัมพันธ์เป็นพันธมิตรกับสำนักลั่วเยว่ อีกทั้งยังชื่นชมมู่เฉียนซีและฉู่หลีอีกด้วย
เมื่อความวุ่นวายได้ผ่านพ้นไปแล้ว สำนักลั่วเยว่ก็ได้กลับสู่ความเงียบสงบดังเดิม
มู่เฉียนซีนั่งบนพึมพำกับตนเองอยู่บนยอดเขา “เหตุใดท่านเจ้าสำนักจึงยังไม่ปรากฎตัวอีกนะ! ข้าไม่อาจรั้งรออยู่ที่สำนักลั่วเยว่ได้ตลอดไปสักหน่อย?”
“ศิษย์น้องต้องรอให้อาจารย์ปรากฎตัวก่อน มันมีเรื่องอะไรสำคัญหรือไม่?” สุ้มเสียงของฉู่หลีดังขึ้นมาจากเบื้องหลังของมู่เฉียนซี
เมื่อมู่เฉียนซีเหลียวหลังไปมอง นางก็พบกับบุรุษใบหน้าเรียบเฉยในอาภรณ์สีดำนิลกำลังเดินเข้ามาหานาง
“ศิษย์พี่!”
ฉู่หลีกล่าว “ข้าไม่ตั้งใจแอบฟังศิษย์น้องหรอกนะ”
ทั้งยอดเขามีเพียงเขาและนางสองคนเท่านั้น มู่เฉียนซีเองก็ไม่ได้ระมัดระวังตัวแต่อย่างใด จึงไม่ทันสังเกตว่าฉู่หลีได้เข้ามาใกล้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ข้ากำลังรอให้ท่านเจ้าสำนักปรากฎตัว เพราะข้าต้องการตามหาคนผู้หนึ่ง เพราะผู้อาวุโสสำนักนอกบอกข้าว่าข้า เขาเป็นสหายรักกับคนผู้นั้น ข้าจึงตกลงรับปากที่จ