บรรยากาศบริเวณรอบเริ่มตึงเครียดมากขึ้น เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ดีเลย ต่างฝ่ายต่างรู้จักนิสัยใจคอกันและกัน
จีหว่านเหนียงทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย นางกล่าว “ทุกท่าน ข้าว่าเข้าไปข้างในก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน ขืนยังมัวแต่เสียเวลาอยู่ตรงนี้ ประเดี๋ยวเกรงว่าทางเข้าจะปิดลงเสียก่อน”
สุดท้ายพวกเขาทั้งสองฝ่ายต่างก็ยังคงชักสีหน้าใส่กันอยู่ดี
หั่วห้าวหยู่กล่าว “เฉียนซี ระวังตัวด้วย ข้าได้ยินมาว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังของทั้งสองสำนักไม่ใช่คนธรรมดา แต่ละคนรับมือได้ยากยิ่งนัก”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “อืม! ข้าเข้าใจแล้ว”
“ศิษย์พี่ ไปกันเถอะ!”
ร่างในชุดม่วงและร่างในชุดดำเดินผ่านม่านแสงนั้นโดยที่ไม่ได้สนใจทั้งสองกองกำลังเลยว่าจะมีปากเสียงกันเช่นไร
พวกเขาเองก็คิดไม่ถึงเช่นกันว่าการมีปากเสียงเพียงเล็กน้อยนี้จะทำให้คนของสำนักเล็ก ๆ สำนักหนึ่งชิงเดินเข้าพระราชวังหนานหลิงไปก่อนเช่นนี้ ดังนั้นสีหน้าของพวกเขาจึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“สองคนนั้น ช่างไม่รู้ความเกินไปแล้วกระมัง!”
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ไม่ได้รับอนุญาตจากพวกข้า นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าชิงเข้าไปก่อน!”
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเหมือนดั่งน้ำกับไฟ แต่นิส