สุ่ยโหรวรู้สึกโกรธเป็นอย่างยิ่ง นังหญิงแก่นี่กล้าตบนางอย่างนั้นรึ!
จีซานเหนียงกล่าว “เป็นอย่างไร? เจ้าจะนำของล้ำค่ามาให้ข้าได้แล้วหรือยัง?”
“กว่าจะหาของล้ำค่าเหล่านี้ได้แต่ละชิ้นไม่ใช่เรื่องง่าย เหตุใดข้าต้องยกให้พวกเจ้าด้วย เจ้าคิดว่าข้าโง่เง่าอย่างนั้นรึ!” มู่เฉียนซีกล่าว
จีซานเหนียงตกตะลึงไปเล็กน้อย “เจ้าอย่าได้คิดโกหกข้าเชียว”
“ข้าจะโกหกเจ้าไปใย? ศิษย์พี่เราไปกันเถอะ” มู่เฉียนซีจูงมือฉู่หลีแล้วเตรียมที่จะเดินจากไป
ฉู่หลีพยักหน้าแล้วกล่าว “ไป!” เขาไม่ได้สนใจผู้ใดอีก
จีซานเหนียงคาดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น นางยังไม่ทันจะตั้งสติได้ มู่เฉียนซีซึ่งเดิมทีกำลังจะเดินจากไป ก็กลับมาปรากฎตัวขึ้นยังเบื้องหลังของนางแทน
กระบี่สีแดงชาดซึ่งแฝงไปด้วยอันตราย บัดนี้ได้จ่อมายังลำคอระหงของจีซานเหนียงแล้ว “อย่าขยับ!”
จีซานเหนียงแทบไม่อยากจะเชื่อ เหตุใดมู่เฉียนซีถึงได้รวดเร็วปานนั้น
“เจ้า…เจ้ามันขี้โกง! ในร่างของเจ้ามีพลังวิญญาณมิตินับว่าเป็นอาวุธวิญญาณ…ไม่สิ มันคืออาวุธศักดิ์สิทธิ์!”
ไม่ว่าจะฝึกฝนกระบวนท่ามากมายเช่นไร ก็ยากนักที่จะมีความเร็วเช่นนี้ได้ นอกเสียจากจะมีอาวุธวิญญาณมิติเท่านั้น
อาวุธวิญญา