ก่อนที่ซากปรักหักพังหนานหลิงจะเปิด เพื่อเป็นการจัดระเบียบความเรียบร้อยของเมืองโบราณหนานหลิง ไม่อนุญาตให้ศิษย์สำนักต่าง ๆ ต่อสู้รบราฆ่าฟันกันเอง
และเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทันทีที่มู่เฉียนซีตะโกนออกไปก็มีผู้ยุติธรรมเที่ยงตรงไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้นปรากฏตัวขึ้นขวางหน้าจีซานเหนียงไว้
“หลังจากที่เข้าไปในซากปรักหักพังแล้ว พวกเจ้าจะรบราฆ่าฟันกันเช่นไรก็เรื่องของพวกเจ้า แต่อยู่ในเมืองโบราณหนานหลิง ต้องทำตามกฎรักษาการของเมืองเท่านั้น”
จีซานเหนียงทำเสียงฮึดฮัดออกจากทางจมูกด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ต้องกล่าวออกไปว่า “ข้าเข้าใจแล้ว!”
นางมองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว พลางกล่าว “เจ้า! ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบใดต่อมู่เฉียนซี นางจึงเดินเลือกซื้อของต่อ
หนึ่งวันก่อนที่ซากปรักหักพังหนานหลิงจะเปิดขึ้น มู่เฉียนซีได้เรียกศิษย์ร่วมสำนักทั้งแปดคนของสำนักลั่วเยว่มารวมตัวกัน
มู่เฉียนซีกล่าว “หัวหน้ากลุ่มนั่น คือคนที่เจ้าสำนักวารีเมฆาตัดสินให้เป็นเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเขาในตอนนั้น แต่ข้าจะเป็นผู้นำของสำนักวารีเมฆาเอง”
“ยาลูกกลอนเหล่านี้พวกเจ้าเก็บเอาไว้ สถานการณ์ด้านในพวกเราไม่อาจรู้ได้เลยว่ามันอันตรายมากเพียงใด ยาลูกกลอนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และห้ามประหยัดเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“นี่มัน…”
“พระเจ้าช่วย!”
“ศิษย์น้องมู่ นี่เจ้าเอายาลูกกลอนมากมายเหล่านี้มาจากที่ใดกัน หรือว่าเจ้าไปปล้นหอหมอปีศาจน