นี่ก็แค่เป็นการคาดการณ์ของเจ้าก็เท่านั้น”
แต่ผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังก้องขึ้นจากบนภูเขา
อ๊า!
อ๊า!
“……”
ไม่นานนักคนกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น พวกเขากล่าวว่า “ครั้งนี้ซากปรักหักพังหนานหลิงเกิดเหตุเล็กน้อย มิติไม่มั่นคง รอเวลาอีกสักหนึ่งก้านธูปก็คงจะดีขึ้น”
คนในกลุ่มนี้รู้สึกขอบคุณมู่เฉียนซีเป็นอย่างมาก โชคดีที่มู่เฉียนซีกล่าวเตือน มิเช่นนั้นแล้วพวกเขาคงต้องตายย่างไม่รู้เหตุผลเป็นแน่
สุ่ยโหรวไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง เพียงแต่ใบหน้าไม่ได้ปรากฏสีหน้าอารมณ์ออกมาก็เท่านั้น
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป ทุกคนไม่รอช้า รีบพรวดเข้าไปในหุบเขาโบราณหนานหลิงกันทันที
พวกเขาเดินท่ามกลางม่านหมอกอยู่เป็นเวลานานจนกระทั่งข้ามทะลุเข้าไปในมิติหนึ่ง และที่แห่งนี้ก็คือซากปรักหักพังหนานหลิงนั่นเอง
มู่เฉียนซีมองพวกเขาและกล่าวว่า “แม้ว่าเจ้าสำนักวารีเมฆาจะเป็นคนเสนอเรื่องหัวหน้ากลุ่ม แต่สำนักลั่วเยว่ของข้าคว้าอันดับหนึ่งในการประลองมาได้ ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มย่อมเป็นของสำนักลั่วเยว่แล้ว”
“หากผู้ใดอยากแยกตัวออกจากกลุ่มก็ย่อมได้ ข้าไม่อาจฝืนใจผู้ใดได้”
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมแยกออกไป มู่เฉียนซีแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น อยู่กับนางมากเท่าใดก็ยิ่งรักษาชีวิตให้รอดได้มากขึ้นเท่านั้น
มู่เฉียนซีกล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าไม่อยากแยกออกไป เช่นนั้นก็ต้องทำตามแผนการของผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม หากไม่เชื่อฟังแล้วยังเป็นตัวถ่วง ข้าจะไม่สนใจแม้แ