แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะปฏิเสธ
ปรมาจารย์หวงกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มสู้ “ข้าเองก็กำลังจะไปคลังยาอยู่พอดี เช่นนั้นเจ้าก็ตามข้ามา!”
“ปรมาจารย์หวง ท่านมาคลังยาด้วยเหตุอันใดอีก?”
“ท่านต้องการสิ่งใดหรือไม่?”
“ท่านสามารถเข้าไปได้ แต่สองคนนี้คือผู้ใดกัน?”
มู่เฉียนซีและจิ่วเยี่ยไม่ได้เร้นกายแต่อย่างใด
ปรมาจารย์หวงกล่าว “นี่คือ…”
ขณะที่เขากำลังคิดหาข้ออ้างมาอธิบาย ปรากฎว่าเขาก็ได้ยินเสียง ปัก ปัก! แว่วดังมา มู่เฉียนซีได้วางยาสลบคนของคลังยาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าว “แค่นี้ก็เข้าไปได้แล้ว”
“อืม!”
เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว มู่เฉียนซีก็เริ่มทำการเสาะหาและรีดไถสมุนไพรวิญญาณจากสำนักวารีเมฆาในทันที
ถึงแม้ปรมาจารย์หวงพอจะคาดเดาสถานการณ์ได้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ทว่าเมื่อได้มาเห็นพฤติกรรมที่ป่าเถื่อนของมู่เฉียนซีด้วยตาตัวเองแล้ว เขาก็ยังคงตกตะลึงอยู่ไม่คลาย
“ไหนจะสวนสมุนไพรอีก ไปกันเถอะ!”
ปรมาจารย์หวงกล่าว “ตอนนี้ปรมาจารย์หลิว นักปรุงยาอันดับหนึ่งของสำนักวารีเมฆาอยู่ที่นั่น เกรงว่า…”
“เขามีพลังแกร่งกล้ารึ?” มู่เฉียนซีเอ่ยถาม
“แกร่งกล้าน้อยกว่าท่านเจ้าสำนักและท่านผู้อาวุโสเล็กน้อยเท่านั้น”
เดิมทีเขาคิดว่ามู่เฉียนซีคงจะละความพยายามไปเอง ทว่าไม่คิดไม่ฝันเลยว่านางจะไร้เดียงสาถึงเพียงนี้
มู่เฉียนซีนำเข็มยามาวางใส่มือของปรมาจารย์หวงหนึ่งเล่มแล้วกล่าว “คงไม่ต้องให้ข้าชี้แนะท่าน ท่านก็น่าจะรู้ว่าควรทำเช่