าชะงักงันไปเล็กน้อย เขาทอดมองไปยังสตรีร่างระหงส์ในชุดกระโปรงยาวสีเขียวมรกตท่าทางอ่อนหวานผู้นั้น แล้วกล่าว “โหรวเอ๋อร์ เจ้ามาได้อย่างไร? เจ้าไม่ได้บำเพ็ญอยู่ที่สำนักหลินเยว่หรอกรึ?”
สุ่ยโหรวเป็นบุตรสาวของเจ้าสำนักวารีเมฆา ด้วยความสามารถของนาง จึงเป็นที่เข้าตาของสำนักนิกายระดับสี่ และได้เป็นศิษย์ของสำนักนิกายระดับสี่เช่นกัน นางเป็นความภาคภูมิใจของเจ้าสำนักวารีเมฆามาโดยตลอด
สุ่ยโหรวกล่าว “ข้าออกมาปฏิบัติภารกิจเจ้าค่ะ ได้ข่าวว่าซากปรักหักพังหนานหลิงกำลังจะเปิดในไม่ช้า ดังนั้นข้าจึงมาเยี่ยมเยียนท่านพ่อสักหน่อย หากต้องการความช่วยเหลือ ข้าก็สามารถนำกำลังคนไปคุ้มกันบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้องได้”
“แต่ดูเหมือนท่านพ่อจะอารมณ์ไม่ดี ท่านพ่อมีเรื่องลำบากใจอันใดหรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อบุตรสาวผู้รู้ใจกลับมาเยี่ยมเยียน เจ้าสำนักวารีเมฆาจึงเริ่มระบายความคับแค้นใจให้สุ่ยโหรวฟังในทันที เขาได้เล่าการกระทำอันหยาบช้าของมู่เฉียนซีออกไปจนหมดสิ้น
สุ่ยโหรวกล่าว “เพียงแค่เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ของสำนักนิกายระดับสามคนหนึ่ง อาศัยพลังเล็ก ๆ น้อย ๆ และศิษย์พี่ฝีมือฉกาจคนหนึ่ง กลับกล้ากำเริบเสิบสานไม่เกรงกลัวฟ้าดินถึงเพียงนี้เชียวรึ นางทำเช่นนั้นได้อย่างไร?”
เจ้าสำนักวารีเมฆากล่าว “ครานี้มู่เฉียนซีก็เป็นผู้นำ นางไม่มีทางดำเนินไปตามครรลองคลองธรรมเป็นแน่ นางจะต้องทำร้ายบรรดาลูกศิษย์ของสำนักเราอย่างไม่ต้องสงสัย ข้าไม่สบายใจเอาเสี