ยเลย!”
สุ่ยโหรวกล่าว “ท่านพ่อ ท่านวางใจเถิด! ครั้งนี้ข้าจะไปเอง! ข้าจะปกป้องศิษย์พี่ศิษย์น้องของเราให้ปลอดภัยให้จงได้”
“เช่นนั้นก็ลำบากเจ้าแล้ว!”
จากนั้นสุ่ยโหรวก็นำบรรดาสิทธิ์สำนักวารีเมฆาเดินทางไปยังสำนักลั่วเยว่
สำนักนิกายระดับต่าง ๆ ทุก ๆ สำนักมีสิทธิ์เพียงสิบสิทธิ์เท่านั้น บัดนี้สำนักลั่วเย่วได้มาถึงแล้วแปดคน ยังขาดอีกสองคน!
และสองคนนั้นก็จะเป็นผู้ใดไปไม่ได้ นอกจากมู่เฉียนซีและฉู่หลี
ศิษย์พี่ของสำนักวารีเมฆาผู้นี้ไม่เคยปรากฏตัวต่อศิษย์คนอื่น ๆ ในสำนักมาก่อน ทำให้ศิษย์คนอื่น ๆ อดที่จะเหลือบมองไม่ได้
สุ่ยโหรวสนทนากับผู้อื่นด้วยความอ่อนหวาน ทำให้ทุก ๆ คนมีความรู้สึกที่ดีต่อนางไม่น้อย
สุ่ยโหรวกวาดสายตาไปยังคนของสำนักลั่วเยว่กลุ่มนั้นแล้วกล่าว “เหตุใดจึงไม่เห็นแม่นางมู่เลยล่ะ?”
ท่านผู้อาวุโสกล่าว “อีกประเดี๋ยวแม่นางมู่ก็มาแล้ว”
“ตอนนี้ทุก ๆ คนก็มากันครบแล้ว ขาดแต่เพียงแม่นางมู่ที่ยังมาไม่ถึง ทำให้ทุก ๆ คนต้องรอนาน”
หั่วห้าวหยู่กล่าว “ฮ่า ฮ่า! ไม่เป็นไรหรอก ยังไม่ถึงเวลาเสียหน่อย?”
“ใช่แล้ว! พวกเราต่างหากที่มาก่อนเวลา รออีกสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”
“……”
คำตอบของทุก ๆ คนเกินกว่าสิ่งที่สุ่ยโหรวคาดคิดไว้มาก
นอกจากคนของสำนักวารีเมฆาแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดไม่พอใจกับการมาสายของมู่เฉียนซีแม้แต่ผู้เดียว
หากนางได้พบเห็นความน่าเกรงขามของมู่เฉียนซีในงานเลี้ยงค่ำคืนนั้นแล้ว นางก็จะเข้าใจว่าเหตุใดพ