มทุ่มสุดกำลังเพื่อที่จะจัดการกับมู่เฉียนซี
เสียงอึกทึกครึกโครมดังขึ้นเป็นระยะ ๆ มู่เฉียนซีหลบหลีกจากการโจมตีด้วยความคล่องแคล่วว่องไวเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนทางฝั่งผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักวารีเมฆาที่คิดว่าตนเองสามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของผู้อาวุโสเจ็ดได้แล้ว ผลปรากฎว่ากลับมีเงาดำเงาหนึ่งปรากฎตัวขึ้นเบื้องหลังเขาอย่างน่าตกใจ
ปัง!
หมัดแกร่งถูกซัดออกไปอย่างไม่ลังเล ทำให้ร่างของผู้อาวุโสสูงสุดกระเด็นตกกระแทกพื้นอย่างแรง
ปัง! ร่างของผู้อาวุโสสูงสุดกระแทกพื้น จนพื้นดินกลายเป็นรูขนาดใหญ่
พรวด! เขากระอักเอาโลหิตสีแดงฉานออกมากองหนึ่ง
“พะ…พวกเจ้า…วันนี้พวกเรายอมแพ้แล้ว”
ผู้อาวุโสสูงสุดไม่คิดไม่ฝันแม้แต่น้อยว่าสำนักลั่วเยว่ที่ตกต่ำจนถึงขีดสุดนี้ จะมีคนวิปริตอยู่ถึงสองคนด้วยกัน แต่ละคนก็น่ากลัวเกินบรรยาย
สุดท้ายแล้วก็หลงเหลือเพียงมู่เฉียนซีผู้เดียวเท่านั้น
ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยถาม “ฉู่หลี เหตุใดจึงไม่ไปช่วยศิษย์น้องหญิงของเจ้าล่ะ”
“ศิษย์น้องสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง!”
สุ้มเสียงของฉู่หลีเพิ่งจางหายได้ไม่นาน มู่เฉียนซีซึ่งถูกอีกฝ่ายข่มมาโดยตลอด บัดนี้พลังวิญญาณรอบกายของนางก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
“ศิษย์น้องมู่เลื่อนขั้นเป็นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับสองแล้ว!”
เจ้าเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั้นได้เลื่อนขั้นแล้ว ทว่าได้เลื่อนขั้นขึ้นเพียงหนึ่งขั้นเท่านั้น แต่กลับทำให้เขารู้สึกราวกับตเองได้เผชิญหน้ากับข้าศึกนับ