คนของสำนักชิงเฟิงบ้าไปแล้วหรืออย่างไร!
สถานการณ์เช่นนี้แล้ว นึกไม่ถึงเลยว่ายังจะท้าประลองกับมู่เฉียนซีอีก
แต่ไม่นานนักคนผู้นี้ก็กล่าวว่า “อืม! ข้าท้าประลองกับมู่เฉียนซี แต่ข้ายอมแพ้”
“แม้ว่าจะยังไม่ได้สู้ แต่ก็นับว่าข้าได้ท้าประลองกับผู้วิปริตแล้ว ฮ่า ๆ ๆ!”
“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนี่จะเล่นอะไรเช่นนี้!”
“ข้าก็ขอท้าประลองกับมู่เฉียนซี และข้าก็ยอมแพ้!”
“ข้าด้วย!”
ไม่นานนักคนของสำนักชิงเฟิงก็ได้ใช้สิทธิ์การท้าประลองทั้งเจ็ดครั้งหมดไปจนหมดสิ้น และนี่ก็เป็นคะแนนที่พวกเขามอบให้กับสำนักลั่วเยว่
วังกุ้ยหยวนก็เช่นกัน การประลองในวันนี้เขาไม่ได้มีความกังวลใดเลย เหตุใดพวกเขาต้องดึงดันต่อสู้ด้วย
ศิษย์วังกุ้ยหยวนต่างพากันท้าประลองมู่เฉียนซี จากนั้นก็เลือกที่จะยอมแพ้ไป!
ค่อก ๆ ๆ! หั่วห้าวหยู่ก็ยืนขึ้นแล้ว เขากล่าว “ข้าเป็นตัวแทนของศิษย์พี่ที่เหลืออยู่แห่งสำนักเพลิงเมฆา ขอท้าประลองมู่เฉียนซี และข้าขอยอมแพ้”
สิทธิ์ของสำนักวารีเมฆาใช้หมดแล้ว การประลองในครั้งนี้ก็จบสิ้นลงแล้ว และผลลัพธ์ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วเช่นกัน
เจ้าสำนักวารีเมฆาที่ลำพองใจในตอนแรก ตอนนี้สีหน้าของเขาดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อเสียอีก เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร?
จนกระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังไม่สามารถยอมรับความจริงในเรื่องนี้ได้
“ฮ่า ๆ ๆ!” เป็นผลให้ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเพลิงเมฆาส่งเสียงออกมาอย่างห้าวหาญ
“การฝึกฝนประสบการณ์ในซากปรักหักพังหนานหลิงมี