ผู้วิปริตเช่นนี้อย่างมู่เฉียนซีเป็นผู้นำ ศิษย์สำนักอื่น ๆ จะต้องไม่ตายเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมาแน่นอน”
“ก็จริง! ความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกันในอาณาเขตหนานหลิงแล้ว คาดว่าคงมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่เป็นคู่ต่อสู้ของนางได้ บางทีการไปซากปรักหักพังหนานหลิงในครั้งนี้พวกเราอาจจะได้อะไรมาไม่น้อยก็ได้”
“……”
ทุกคนพูดคุยกันด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก ส่วนเจ้าสำนักวารีเมฆาตอนนี้ยิ่งอารมณ์ไม่ดีมากขึ้น ๆ
เขากล่าว “เนื่องจากในครั้งนี้สำนักลั่วเยว่คว้าชัยชนะไปได้ เช่นนั้นก็คงทำได้เพียงเท่านี้แล้ว ให้มู่เฉียนซีศิษย์แห่งสำนักลั่วเยว่เป็นผู้นำกลุ่ม”
“วันนี้ทุกคนเหนื่อยมามากแล้ว ข้าเองก็เหนื่อยแล้วเช่นกัน เช่นนั้นก็กลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
เจ้าสำนักวารีเมฆาไม่อาจทนนั่งอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว ดังนั้นจึงรีบลุกพรวดจากไป
ตูม เปรี้ยง เปรี้ยง!
เมื่อเจ้าสำนักวารีเมฆากลับไปถึงห้องของตัวเอง เขาก็เริ่มทำลายสิ่งของทุกอย่างเพื่อระบายโทสะ
“สำนักลั่วเยว่! มู่เฉียนซี! ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”
เดิมทีอยากคว้าโอกาสนี้เพื่อให้สำนักของตัวเองเป็นผู้นำ ขั้นต่อไปก็ค่อย ๆ ครอบครองสำนักอื่น ๆ ทีละนิด แต่สุดท้ายกลับถูกทำลายลงอย่างง่ายดายโดยที่ยังไม่ทันได้เริ่มด้วยซ้ำ
“ข้าไม่สบายใจจริง ๆ ไปตามผู้อาวุโสสูงสุดมา”
“ขอรับ!”
หลังจากที่มู่เฉียนซีกลับไปแล้ว และในขณะที่นางเดินเข้าประตูมานั้น ฉู่หลีก็ยืนอยู่หน้าประตูห้องนางแล้