ตีอย่างไรก็ไร้ผล
เฉี่ยเยว่พุ่งตัวเข้าหามู่เฉียนซีอีกครา เขากล่าว “ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะหลบหลีกได้ตลอดไป”
มู่เฉียนซียังคงหลบหลีกได้อย่างเคย เฉี่ยเยว่จึงตะคอกออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ข้าจะคอยดูว่าเจ้าจะหลบไปได้อีกสักกี่น้ำ”
การปะทะของทั้งสองฝ่ายทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
การป้องกันของเฉี่ยเยว่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง กระบวนท่าและทักษะวิญญาณของมู่เฉียนซีก็แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ต่างคนต่างมีข้อดีข้อเด่นเป็นของตัวเอง ดังนั้นการประลองของทั้งสองจึงดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ
“สองคนนี้เป็นปีศาจชัด ๆ!” การปะทะกันของคนทั้งสองทำให้ผู้คนต่างตื่นตระหนกตกใจ
เมื่อการปะทะผ่านพ้นไปยกแล้วยกเล่า ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้เกิดผลดีอันใดขึ้นแม้แต่น้อย เฉี่ยเยว่จึงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป
ทันใดนั้นหมอกโลหิตก็ขยายใหญ่ขึ้นจนปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลอง ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่มองเห็นร่างของทั้งสองได้เพียงเลือนลางเท่านั้น
“ข้าไม่ได้ประลองกับใครอย่างจริงจังเช่นนี้มานานมากแล้ว” เฉี่ยเยว่กล่าวด้วยสีหน้าเหี้ยมโหด
“เจ้าพูดราวกับว่าหากเจ้าตั้งใจต่อสู้ขึ้นมาแล้ว เจ้าจะเป็นฝ่ายชนะอย่างนั้นแหละ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เรื่องที่ข้าจะเป็นฝ่ายชนะมันแน่นอนอยู่แล้ว!”
ปัง ปัง ปัง!
เฉี่ยเยว่ประเคนกำปั้นออกไปติดต่อกันอยู่หลายหมัด ทำให้อากาศที่รายล้อมอยู่รอบตัวหนาแน่นขึ้นมาโดยพลัน
มู่เฉียนซีทราบดีว่า เฉี่ยเยว่ต้องการควบคุมคว