ามเร็วของนาง
และครานี้มู่เฉียนซีก็ไม่คิดจะหลบหลีกอีกต่อไปแล้ว
“รนหาที่ตาย!” เพราะการกระทำที่เย้ยความตายของมู่เฉียนซีนี้ ทำให้เฉี่ยเยว่ตะคอกออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ท่ามกลางหมอกโลหิตที่ปกคลุมอย่างหนาแน่น มีแสงไฟปรากฎวาบขึ้นลำแสงหนึ่ง
“บัวแดงพิฆาต!”
“บัวแดงพิฆาต!”
บัวอัคคีแต่ละดอกเบ่งบานอย่างพร้อมเพรียงกัน มู่เฉียนซีเลือกที่จะปะทะกับเขาตาต่อตา ฟันต่อฟัน!
ปัง! บัวอัคคีสีแดงฉานได้ป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
เฉี่ยเยว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขากล่าว “น่าสนใจดีนี่!”
ปัง ปัง ปัง!
จากนั้นทั้งสองก็ได้เข้าห้ำหั้นกันโดยตรง!
เมื่อความแข็งแกร่งกับความแข็งแกร่งเข้าปะทะกันซึ่ง ๆ หน้าเช่นนี้ มันช่างดุเดือดเสียยิ่งกว่าการป้องกันและหลบหลีกกันไปมาเป็นเท่าทวี
ระหว่างการประลองที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด เปลวเพลิงสีแดงฉานก็ได้แผดเผาหมอกโลหิตจนมลายหายไปจนหมดสิ้น และทั้งสองก็ยังเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดไม่เลิกรา
ผู้อาวุโสสำนักเพลิงเมฆาก็ได้คว้าตัวหั่วห้าวหยู่ไว้ แล้วกล่าว “ให้ตายสิ! นั่นมันไฟอะไรกัน? แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
หั่วห้าวหยู่ยักไหล่พลางกล่าว “ผู้อาวุโส ท่านก็อายุปูนนี้แล้วแต่ก็ยังไม่รู้ แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร?”
“คนมีความสามารถเช่นนี้ เหตุใดเจ้าจึงไม่ชักจูงมายังสำนักเพลิงเมฆาของเราล่ะ?”
“ท่านคิดว่าข้าไม่อยากหรืออย่างไร! เฉียนซีไม่ยอมมาเอง! แล้วข้าจะทำอะไรได้”
ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมู่เฉียนซีแล