ะเฉี่ยเยว่ได้ปะทะกันไปกี่ยกแล้ว?
เมื่อต้องยืนหยัดเป็นเวลานานเช่นนี้ มู่เฉียนซีที่มียาลูกกลอนก็พอจะรับกับสภาพในตอนนี้ไหว ทว่าร่างกายของเฉี่ยเยว่อาจจะรับไม่ไหวก็เป็นได้
เขาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว!
หมอกโลหิตที่ก่อตัวอยู่รอบกายเขาก็ได้ขยายตัวใหญ่ขึ้นและหนาแน่นมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เขาเหาะเหินขึ้นไปกลางอากาศ และหันไปยังทิศที่มู่เฉียนซียืนอยู่
กำปั้นแกร่งพุ่งลงมาจากกลางนภา กำปั้นที่รวบรวมความโหดเหี้ยมและดุดันเข้าไว้ด้วยกันของเฉี่ยเยว่ ได้พุ่งตรงไปยังมู่เฉียนซีด้วยความเร็ว
“หมัดทะลวงโลหิต!”
เมื่อหมัดแกร่งเหวี่ยงลงมาจากท้องนภา ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเกิดระเบิดขึ้นก็มิปาน
ในขณะนั้นเอง แขนของมู่เฉียนซีก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย นางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ทักษะโยวจั๋ว!”
“แบบนี้แล้วก็ยังจะปะทะกันซึ่ง ๆ หน้าอีกรึ บ้าไปแล้ว!”
“แบบนี้มันอันตรายเกินไป! จากความเร็วของนางแล้ว หากนางเลือกที่จะหลบมันก็ยังพอมีโอกาสอยู่”
“มู่เฉียนซีกำลังจะแพ้แล้ว!”
ที่พวกเขากล่าวว่ามู่เฉียนซีกำลังจะแพ้แล้วนั้น เป็นเพราะพวกเขาคิดว่าพลังของทักษะวิญญาณที่มู่เฉียนซีนำออกมาใช้มิอาจทานทนต่อหมัดของเฉี่ยเยว่ได้!
เมื่อเทียบกับพลังหมัดของเฉี่ยเยว่แล้ว ความแตกต่างของมันก็ไม่ใช่เพียงน้อยนิด
หนึ่งหมัดกับหนึ่งทักษะวิญญาณเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด!
พวกเขาพบว่าทักษะวิญญาณของมู่เฉียนซีไม่ได้ธรรมดาอย่างที่พวกเขาคิด
ปัง