ศิษย์คนอื่น ๆ ของสำนักลั่วเยว่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่อาจจะออกมาทำการประลองได้ จึงเหลือเพียงมู่เฉียนซีและฉู่หลีเท่านั้น
ความน่าเกรงขามของมู่เฉียนซีทำให้ไม่มีผู้ใดกล้ายั่วโทสะนาง สุดท้ายจึงเหลือเพียงฉู่หลีเพียงผู้เดียว
มู่เฉียนซีกล่าว “หากศิษย์พี่ไม่ต้องการขึ้นไปประลอง เดี๋ยวข้าจะไปเอง”
การท้าประลองไม่ได้เป็นการบังคับอีกฝ่าย ผู้ถูกท้าประลองสามารถปฏิเสธได้ตามต้องการ
ฉู่หลีกล่าว “ศิษย์น้องคงจะเหนื่อยแล้ว เดี๋ยวข้าจะขึ้นไปประลองเอง”
สุดท้ายแล้วฉู่หลีก็กระโดดขึ้นสนามประลองไปด้วยสีหน้าเย็นชา ไม่พูดไม่จา
“การประลองเริ่มขึ้นได้” ผู้ตัดสินกล่าว
ปัง!
ยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ หั่วห้าวหยู่ก็ได้กระเด็นลอยออกไปจากลานประลองแล้ว
ความเร็วของอีกฝ่ายนั้นเป็นอะไรที่น่าตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม้กระทั่งผู้ที่ถูกโจมตีเองก็ยังไม่ทราบเลยว่าตนเองพ่ายแพ้ได้อย่างไร
ผู้ที่เข้ามามุงดูการประลองก็ยังไม่ทันจะดึงสติกลับมาได้ ฉู่หลีก็กลับมานั่งลงข้างกายมู่เฉียนซีเสียแล้ว
“อ้า!” หั่วห้าวหยู่ล้มกลิ้งไปกับพื้น พลางส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดออกมา
สำนักลั่วเยว่สามารถคว้าชัยชนะได้อีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
ถึงแม้ครานี้ฉู่หลีจะเคลื่อนไหวแล้ว ทว่าพวกเขาก็ยังมองไม่ออกถึงพละกำลังความแข็งแกร่งที่แท้จริงของศิษย์เอกสำนักลั่วเยว่ผู้นี้อยู่ดี
ทว่า พวกเขารู้ว่าศิษย์เอกผู้นี้ของสำนักลั่วเยว่นั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ศิษย์ของสำนักอื่น