ๆ จึงอยากจะประลองดูบ้าง หากไม่ทำให้กระจ่าง พวกเขาก็ไม่ยอมตัดใจ!
ปรากฏว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะท้าประลองกับฉู่หลีนั้น มู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “ครานี้ให้ข้าจัดการเถอะ!”
พวกเขาเหล่านั้นตกใจจนรีบถอยหลังกรูดไปในทันที และไม่กล้าท้าประลองกับสำนักลั่วเยว่อีก
ในขณะที่การประลองกำลังดำเนินต่อไป ก็มีบุรุษผู้หนึ่งที่ทั่วทั้งตัวได้แผ่ซ่านความน่าเกรงขามและความดุดันออกมา เขาได้เข้ามายืนข้างกายเจ้าสำนักวารีเมฆา แล้วกล่าว “ท่านเจ้าสำนัก ข้ามาแล้ว”
เขาได้เข้ามาปิดผนึกความล้มเหลวของสำนักวารีเมฆา อย่างไรเสียสำนักวารีเมฆาก็ยังมีสิทธิ์ในการท้าประลองอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ใช้
เจ้าสำนักวารีเมฆาได้กล่าวบางสิ่งบางอย่างกับเขา หลังจากนั้นก็ได้ท้าประลองกับสำนักเลื่องชื่อไปมากมาย
เมื่อจำนวนการท้าประลองหลงเหลือเพียงหนึ่งสิทธิ์ เขาก็ได้ทอดมองไปยังมู่เฉียนซีแล้วกล่าว “ข้าขอท้าประลองกับเจ้า ขึ้นมาเผชิญหน้ากันบนลานประลองเถอะ!”
เมื่อได้เห็นคนผู้นี้แล้ว คิ้วกระบี่ของฉู่หลีก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย
การฝึกยุทธ์ของคนผู้นี้มีปัญหา อีกทั้งยังเป็นคนประเภทที่โหดเหี้ยมอำมหิตและกระหายเลือดอีกด้วย
ชายผู้นี้รับมือยาก ฉู่หลีจึงกล่าวขึ้นว่า “ศิษย์น้อง ข้าจะจัดการกับเขาเอง!”
.
.