้ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ทว่า มู่เฉียนซีกลับกล่าวต่อว่า “แต่ข้าหมายความว่าจะประลองเจ็ดต่อหนึ่งต่างหาก! นับว่าเป็นการท้าประลองเจ็ดครั้งในคราเดียวของสำนักลั่วเยว่เลยก็แล้วกัน”
เจ็ดรุมหนึ่ง!
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจพลางจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี นี่พวกเขาไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่?
บ้าไปแล้ว!
หั่วห้าวหยู่ที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีได้ยินเช่นนี้ก็ตื่นเต้นขึ้นทันที “เฉียนซี เจ้าแข็งแกร่งเกินไปแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ!”
ปรมาจารย์หวงก็รู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นแล้วเช่นกัน ไม่ต้องประลอง เขาก็รู้แล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นไร
อย่าว่าแต่เจ็ดคนเลย ต่อให้เพิ่มมาอีกเจ็ดคนก็ใช่ว่าจะเอาชนะคนวิปริตผู้นี้ได้
เขาก็ได้ยินแผนการของท่านเจ้าสำนักแล้ว แต่สำนักวารีเมฆาเผชิญหน้ากับผู้วิปริตเช่นนี้ ไม่มีทางเอาชนะได้แน่นอน
แม้แต่ผู้อาวุโสเจ็ดแห่งสำนักลั่วเยว่เองก็ตกตะลึงขึ้นเช่นกัน เขากล่าว “ฉู่หลี! เจ้า…เจ้าแน่ใจนะว่าศิษย์น้องหญิงของเจ้าจะไม่เป็นอะไร”
ฉู่หลีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “นางแข็งแกร่งอยู่แล้ว”
เขามองนางเพียงแวบแรกก็รู้แล้ว!
“ต่อให้แข็งแกร่ง แต่เจ็ดรุมหนึ่งเช่นนี้มันก็ยากนะ! อีกอย่างเจ็ดคนนั่นก็มีพลังเหนือกว่านางทุกคน”
มู่เฉียนซีมีพลังเพียงขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตระดับหนึ่งเท่านั้น คาดว่าเป็นพลังที่ต่ำที่สุดในพวกเขาแล้ว ทว่าเมื่อนางเผยกำลังในการต่อสู้ที่แข็งแกร่งออกมา ทุกคนก็เพิกเฉยต่อระดับขั้นพลั