มฆาไม่ยั้งมือไว้ไมตรีต่อสำนักข้าเลย จากนี้ไปข้าก็จะไม่ยั้งมือไว้ไมตรีแล้วเช่นกัน! ท่านเจ้าสำนักวารีเมฆาเตรียมตัวให้พร้อมด้วย”
เจ้าสำนักวารีเมฆามองมู่เฉียนซีด้วยสีหน้าดุดัน นึกไม่ถึงเลยว่าสาวน้อยผู้นี้จะกล้ากล่าววาจาเช่นนี้กับเขา
เจ้าสำนักวารีเมฆายิ้มพลางกล่าวว่า “ทุกคนก็ล้วนแต่พยายามอย่างสุดกำลังความสามารถกันทั้งสิ้น การลงมือหนัก ๆ เช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่ยากจะควบคุมได้ เส้นทางในการฝึกฝนนั้นมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป การประลองอย่าให้ถึงกับชีวิตก็นับว่าเพียงพอแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “ที่เจ้าสำนักวารีเมฆากล่าวมาก็ถูก”
มู่เฉียนซีมองไปที่พวกเขา ก่อนจะกล่าวว่า “ข้าขอท้าประลองกับเขา เขา แล้วก็เขา…”
มู่เฉียนซีเลือกท้าประลองกับศิษย์ทั้งเจ็ดของสำนักวารีเมฆา เจ้าสำนักวารีเมฆาจึงกล่าวถามว่า “เจ้าเตรียมจะต่อสู้อย่างต่อเนื่องอย่างนั้นเหรอ?”
ต่อสู้ติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ต่อให้มีพลังวิญญาณแข็งแกร่งมากเพียงใดก็ต้องหมดลง
ตราบใดที่พวกเขาใช้กลยุทธ์ต่อสู้ ทำให้นางสูญเสียพลังวิญญาณและพลังจิตไป พวกเขาก็จะคว้าชัยชนะมาได้
หากสามารถทำให้สาวน้อยผู้นี้บาดเจ็บได้มาก พวกเขาก็จะทำ ยิ่งทำให้นางกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปได้ก็ยิ่งดี
สาวน้อยผู้นี้ดู ๆ ไปแล้วอายุคงยังไม่ถึงยี่สิบปีเป็นแน่ แต่กลับแข็งแกร่งมาก และรับมือได้ยากอย่างยิ่ง!
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะต่อสู้แบบติดต่อกัน!”
เจ้าสำนักวารีเมฆาได้ยินเช่นนี