ชนะนางได้แน่นอน”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่ใหญ่ของข้าเก่งกาจที่สุด”
กองกำลังระดับสองรู้ว่าพลังความแข็งแกร่งของพวกเขามีแค่นั้น ผู้ที่รู้ตัวเองดีจึงได้สละสิทธิ์ไป และเพียงรอชมการประลองนี้เท่านั้น
ผลที่ได้ เหลือเพียงแค่สำนักวารีเมฆา สำนักเพลิงเมฆา สำนักลั่วเยว่ สำนักชิงเฟิง และวังกุ้ยหยวน กองกำลังระดับสามทั้งห้ากองกำลังเท่านั้นที่จะประลองกันในครั้งนี้
เจ้าสำนักวารีเมฆากล่าวว่า “แต่ละสำนักมีโอกาสในการท้าประลองเพียงแค่เจ็ดครั้งเท่านั้น สำนักใดได้รับชัยชนะมากที่สุด สำนักนั้นก็จะคว้าอันดับหนึ่งในการประลองครั้งนี้ไป”
“กติกานี้ ทุกคนคิดเช่นไร?”
“ไม่มีปัญหา!”
หลังจากตั้งกฎกติกาเสร็จสิ้นแล้ว ชายหนุ่มสวมชุดเกราะผู้หนึ่งก็ย่างเท้าก้าวเดินออกมา “ท่านเจ้าสำนัก สนามแรกให้ข้าเป็นผู้ท้าประลองเอง”
คนผู้นี้ เห็นได้ชัดว่ามีการวางแผนมาตั้งแต่แรกแล้ว
ท่านเจ้าสำนักวารีเมฆายิ้มพลางกล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ ! เช่นนั้นก็เริ่มจากศิษย์สำนักข้าก่อนก็แล้วกัน!”
ชายหนุ่มเดินขึ้นไปบนลานประลอง เขาไม่ได้เลือกคู่ต่อสู้แต่อย่างใด แต่กลับชักกระบี่เล่มใหญ่ความยาวขนาดครึ่งร่างมนุษย์เล่มหนึ่งออกมา
เขายกกระบี่ขึ้นกวัดแกว่งตัดผ่านอากาศไปมา ก่อนจะชี้ปลายกระบี่ไปที่มู่เฉียนซีที่ยืนอยู่ในตำแหน่งสำนักลั่วเยว่
กลิ่นอายกระบี่เล่มนั้นพุ่งเป้าไปที่ศิษย์น้องของเขา ชั่วพริบตาเดียวฉู่หลีก็แทบอยากจะพรวดเข้าไปหักกระบี่เล่มนั้นทิ้งเสียจริง ๆ
คนผู้นั้น