เอ่ยปากกล่าวว่า “ข้าหวังเจี้ยน ขอท้าประลองศิษย์สำนักลั่วเยว่ เจ้ากล้ารับคำท้าของข้าหรือไม่?”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “ทำไมจะไม่กล้าล่ะ!”
ร่างในชุดม่วงเคลื่อนไหวพุ่งออกไปปรากฏตัวขึ้นบนลานประลองนั้นทันที
มู่เฉียนซีแนะนำตัวง่าย ๆ ว่า “ข้า มู่เฉียนซี เป็นศิษย์แห่งสำนักลั่วเยว่”
หวังเจี้ยนกล่าวด้วยความดุดันว่า “วันนี้ ข้าจะเอาชนะเจ้าภายในสามกระบวนท่า”
“เจ้าช่างไม่มีความมั่นใจเอาซะเลยนะ! ตั้งสามบวนบวนท่า” มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
นางมองหวังเจี้ยนด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม “สหาย เจ้าอย่าได้เสแสร้งไปหน่อยเลยนะ”
การดูถูกเหยียดหยามของอีกฝ่าย ทำให้สีหน้าของหวังเจี้ยนเผยความเกรี้ยวโกรธออกมาแล้ว
มู่เฉียนซีเหลือบมองเขาและกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “รับมือกับเจ้า ข้าใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็เพียงพอแล้ว!”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้น สาวน้อยผู้นี้บ้าระห่ำยิ่งนัก
หวังเจี้ยนกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า “สามหาวเกินไปแล้ว หึ! ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจกับคำพูดนี้ของเจ้าเอง”
เจ้าสำนักวารีเมฆากล่าว “ในเมื่อพวกเจ้าพร้อมแล้ว เช่นนั้นก็เริ่มการประลองได้”
หวังเจี้ยนจับกระบี่ในมือแน่นและพุ่งโจมตีไปที่มู่เฉียนซีทันที
พลังกระบี่พุ่งตัดผ่านอากาศอย่างรุนแรงดุจดั่งคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งก็มิปาน
มู่เฉียนซีจ้องมองคู่ต่อสู้อย่างตั้งใจ การโจมตีของคู่ต่อสู้กำลังเข้ามาใกล้แล้ว แต่นางไม่ได้หลบหลีกแต่อย