ว่าคะแนนของมู่เฉียนซีจะเป็นอันดับหนึ่งของสำนักใน แต่พวกเขาก็ยังคงคิดว่าพลังแค่ขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตคนหนึ่งไม่ได้เก่งกาจอะไรนัก
ผู้อาวุโสเจ็ดกล่าว “เอาล่ะ พวกเราออกเดินทางได้”
สำนักวารีเมฆาอยู่ห่างจากสำนักลั่วเยว่ไม่ไกลนัก เวลาเพียงครึ่งวันพวกเขาก็เดินทางมาถึงสำนักวารีเมฆาแล้ว
หลังจากที่มาถึงก็พบว่าในสำนักวารีเมฆามีผู้คนอยู่ไม่น้อยเลย ครั้งนี้สำนักวารีเมฆาเล่นใหญ่เกินไปแล้วจริง ๆ
“เชิญสำนักลั่วเยว่ทุกท่าน”
พวกเขาได้จัดเตรียมห้องพักให้กับสำนักลั่วเยว่เรียบร้อยแล้ว ยามรัตติกาลงานเลี้ยงถึงจะเริ่ม
มู่เฉียนซียังไม่ทันได้พักผ่อน ก็มีคนบุกเข้ามาหานางแล้ว “สำนักลั่วเยว่อยู่ที่นี่ เฉียนซี เฉียนซี ข้ารู้ว่าเจ้าต้องมาแน่นอน”
คนที่มานี้ก็คือหั่วห้าวหยู่ ศิษย์แห่งสำนักเพลิงเมฆาผู้ที่ร่วมทำภารกิจกับมู่เฉียนซีในครั้งก่อนนั่นเอง
ต้องรู้เอาไว้เลยว่าพลังความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีนั้นหากไม่ใช่มาตบหน้าสำนักวารีเมฆา ก็เท่ากับมาเสียเที่ยวแล้ว
ทันทีที่หั่วห้าวหยู่เข้ามา ก็ถูกชายชุดดำผู้หนึ่งเข้ามาขวางเขาเอาไว้
หั่วห้าวหยู่รู้สึกได้ว่าคนผู้นี้แข็งแกร่งมาก สำนักลั่วเยว่ปรากฏผู้วิปริตอย่างมู่เฉียนซีคนเดียวก็นับว่ามากเพียงพอแล้ว นี่ยังจะปรากฏออกมาอีกคนหนึ่งอีกอย่างนั้นเหรอ
หั่วห้าวหยู่กล่าวถามว่า “ขอถามหน่อย ครั้งนี้ศิษย์สำนักในของสำนักลั่วเยว่มีมู่เฉียนซีมาด้วยหรือไม่?”
ฉู่หลีตอบกลับไปว่า “ไม่มา!”
“เป็นไปไ