ม่ได้!”
“หั่วห้าวหยู่!”
เสียงของหั่วห้าวหยู่ดังมาก แน่นอนว่ามู่เฉียนซีได้ยินเสียงเขาแล้ว
หั่วห้าวหยู่กล่าว “ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะโกหกข้า เห็น ๆ กันอยู่ว่าเฉียนซีก็มาด้วย!”
มู่เฉียนซีตกใจไปครู่หนึ่ง พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “โกหก?”
ฉู่หลีพบว่าสายตาของมู่เฉียนซีกำลังจับจ้องมาที่เขา เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ศิษย์น้องหญิงเป็นศิษย์ของท่านเจ้าสำนัก ไม่ใช่ศิษย์ของสำนักใน”
หั่วห้าวหยู่กล่าว “ก็ข้าไม่รู้นี่! อีกอย่างเจ้าก็ไม่ควรบอกข้าว่าไม่มา!”
เมื่อเจอสหายเก่าเช่นนี้ หั่วห้าวหยู่ก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก จากนั้นจึงลากมู่เฉียนซีไปคุยเรื่องซุบซิบนินทา
สุดท้ายเขาก็พบว่าศิษย์พี่ของมู่เฉียนซีผู้นี้ก็ตามเขามาด้วย มาฟังเรื่องซุบซิบนินทาด้วยสีหน้าเย็นชาเช่นนี้มันจะสนุกอะไร หั่วห้าวหยู่สบถด่าในใจ
อย่างไรก็ตาม หั่วห้าวหยู่ก็ได้แนะนำสถานการณ์คนของสำนักต่าง ๆ และความแข็งแกร่งของศิษย์ในสำนักต่าง ๆ ให้ได้รับรู้
ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉู่หลีก็ยืนฟังด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์และความรู้สึกอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา
หั่วห้าวหยู่พูดคุยไปเยอะมาก ฉู่หลีกล่าว “เจ้าเป็นศิษย์ของสำนักเพลิงเมฆา”
“ส่งแขก!”
จากนั้นหั่วห้าวหยู่ก็ถูกโยนออกไป
หั่วห้าวหยู่ตะโกนกลับมา “เฉียนซี ข้าจะรอดูการแสดงอันยอดเยี่ยมในงานเลี้ยงคืนนี้นะ”
ฉู่หลีกล่าว “ศิษย์น้องหญิงเดินทางมาเหนื่อย พักผ่อนก่อนเถอะ”
“งานเลี้ยงในคืนนี้ มอบให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”
มุ