เจ้าบอกว่ามันมีค่าไม่ใช่เหรอ เหตุใดถึงเผาเสียล่ะ”
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความเกียจคร้านว่า “อ้อ! ข้าดูผิดไปน่ะ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีค่าเอาซะเลย ก็เลยเผาทิ้งไปเสีย”
พวกเขาแทบจะกระอักเลือดออกมาแล้ว นางจงใจ! นางจงใจชัด ๆ
มุมปากของมู่เฉียนซีโค้งขึ้นเล็กน้อย “กล้าแย่งชิงของของข้า ก็ต้องทำใจเอาไว้บ้างว่า ข้าจะแย่งชิงของของเจ้าจนแม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่เหลือให้สักชิ้นเดียว”
พวกเขาอดที่จะหวาดกลัวจนตัวสั่นไม่ได้ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
ฮวาเจี้ยนยิ้มพลางกล่าวว่า “ศิษย์น้องมู่ เจ้าช่างร้ายกาจยิ่งนัก!”
มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเราไปกันเถอะ!”
“อืม!”
ระหว่างทาง ฮวาเจี้ยนหัวเราะออกมา พลางกล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ! ข้าอดขำไม่ได้จริง สี่คนนั่นคงจะเปลือยกายกลับสำนักเป็นแน่ ช่างน่าอนาถเสียจริง”
หลิ่วซู่รู้สึกว่าล่วงเกินใครก็ได้แต่อย่าได้ล่วงเกินศิษย์น้องมู่เป็นอันขาด วิธีเช่นนี้ช่างโหดร้ายเกินไปจริง ๆ
มู่เฉียนซีเมื่อกลับมาถึงสำนักลั่วเยว่ก็เริ่มเก็บตัวฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ และรอวันที่จะมีการเข้าร่วมการประลองจัดอันดับของสำนักใน
ส่วนท่านอาจารย์จิ่วเยี่ยผู้นี้ก็มาที่นี่ทั้งวันทั้งคืน เขาดูไม่เหนื่อยเลยสักนิด
คนเดียวที่เหนื่อยก็คือนาง สีหน้าของมู่เฉียนซีจึงดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ
ในที่สุด วันที่จัดประลองการจัดอันดับของสำนักในก็มาถึง ทั้งสำนักในต่างครึกครื้นขึ้นเป็นพิเศษ
ไม่มีใครสละสิทธิ์ทิ้งโอกาสที่จะได้สั่งสอนสหายร่วมสำนักในครั้งนี้เ