“ศิษย์น้อง!”
เมื่อมู่เฉียนซีลงมือ คนอื่นก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาแล้วเช่นกัน
“พวกเจ้าจะทำอะไร?”
เฟิงซู่และฮวาเจี้ยนรีบวิ่งพรวดเข้ามา
ฮวาเจี้ยนกล่าว “คิดจะปล้นกันกลางวันแสก ๆ เช่นนี้ สำนักวารีเมฆาช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
พลังของทั้งสองไม่ได้อ่อนแอเลย เพียงแต่ว่าไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเขาก็เท่านั้น
นักปรุงยากึ่งขั้นศักดิ์สิทธิ์ผู้นั้นกล่าวว่า “วันนี้ ข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าแทนผู้อาวุโสของสำนักลั่วเยว่ของพวกเจ้า พวกเจ้าจะทำไม?”
เขาชักกระบี่ออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว และในตอนนี้เองเสียงขรึมเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “ปรมาจารย์หวง ที่นี่คือเมืองเฟิงหุย ท่านมารังแกศิษย์ร่วมสำนักของลูกชายข้าเช่นนี้ จะไม่ไว้หน้าข้าเลยหรืออย่างไร”
ท่านเจ้าเมืองหลิ่วเป็นท่านลุงที่มีโครงหน้าเหลี่ยม ไม่เหมือนหลิ่วซู่เลยแม้แต่น้อย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าเป็นศิษย์ของสำนักลั่วเยว่ นักปรุงยาของสำนักวารีเมฆามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนข้ากัน”
เมืองเฟิงหุยเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง พลังของท่านเจ้าเมืองหลิ่วนั้นก็ไม่ธรรมดา ปรมาจารย์หวงผู้นี้จึงไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่
เขากล่าว “ข้ารังแกผู้น้อยตรงไหนกันเล่า! ข้าก็แค่อยากจะขอซื้อหญ้าวิญญาณที่แม่นางน้อยผู้นี้ประมูลไปได้ก็เท่านั้น”
มู่เฉียนซีกล่าว “ยังมีหน้ามาบอกว่าตัวเองเป็นนักปรุงยาอีก นักปรุงยาอะไรจะอับจนเช่นนี้ เสียชื่อนักปรุงยาหมด”
ฮวาเจี้ยนกล่าว “นั่นนะสิ! ตอนประมูลไม่มีปัญญาประมูล ตอนนี้มาก่