อกวนศิษย์น้องมู่ พวกเจ้าหมายความว่ายังไงกันแน่”
สีหน้าของปรมาจารย์หวงดำคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ “ยาลูกกลอนของข้ามีค่ามากกว่าหยกซวนมากนัก ขอเพียงแค่เจ้าขายหญ้าวิญญาณใบนั้นให้ข้า เจ้าต้องการยาลูกกลอนใดข้าให้เจ้าได้ทุกอย่าง”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าวว่า “ก็ได้!”
ปรมาจารย์หวงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นแล้ว
สุดท้ายมู่เฉียนซีจึงกล่าวต่อว่า “เจ้าเตรียมเป็นนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่ใช่หรอกเหรอ ก็ไม่ได้ห่างอะไรกับนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์แล้ว เช่นนั้นก็หลอมยาขั้นศักดิ์สิทธิ์ระดับหนึ่งให้ข้าสักเม็ดสิ แล้วข้าจะมอบหญ้าวิญญาณนั้นให้เจ้า เป็นเช่นไร?”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็แอบขำ นั่นมันห่างจากนักปรุงยาขั้นศักดิ์สิทธิ์มากนัก!
ปรมาจารย์หวงกล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “สาวน้อย เจ้าอย่าได้ทำเกินไปหน่อยเลย! หญ้าวิญญาณนั่นจะมีค่าเทียบเท่ากับยาลูกกลอนขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไรกันเล่า”
“นั่นก็หมายความว่าเจ้าหลอมยาออกมาไม่ได้! หากหลอมไม่ได้ก็อย่ามาอยู่เกะกะขวางหูขวางตาที่นี่! หรือว่าเจ้าตั้งใจจะมาปล้นที่เมืองเฟิงหุยตั้งแต่แรกอยู่แล้ว!”
ปรมาจารย์หวงได้ยินเช่นนี้ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะท่านเจ้าเมืองเข้าข้างนาง เขาจึงทำได้เพียงแค่จ้องมองมู่เฉียนซีด้วยสายตาดุร้าย ก่อนจะเดินจากไป
หลังจากที่คนเหล่านั้นออกไป บริเวณโดยรอบก็เงียบสงบลงอีกครั้ง
มู่เฉียนซีมองไปที่ท่านเจ้าเมืองหลิ่ว ก่อนจะกล่าวว่า “ต้องขอบคุณท่